<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-6903761441513459169</id><updated>2011-11-28T07:59:08.426+07:00</updated><title type='text'>Pope in America 2008 by Catholic World Tour</title><subtitle type='html'>คาทอลิก พระสันตะปาปา คริสต์ คริสตัง อิตาลี เยอรมัน ฝรั่งเศส สเปน เยาวชน Catholic Pope Holy Father Mary Jesus Bible ไบเบิล มิสซา วาติกัน Vatican โรม พระเยซู พระเจ้า อังกฤษ อเมริกา Saint โปรตุเกส มิลาน มิวนิค ปารีส Spiritual Song Book Culture Religious Christian priest Italy Rome Milan Munich ยุโรป Europe Rosary France Australia ออสเตรเลีย เรียน ไลฟ์สไตล์ ท่องเที่ยว Travel สวิส สวิตเซอร์แลนด์ Spain Faith Football University Soccer Fatima มหาวิทยาลัย Lourdes TV ทีวี ทัวร์ หนังสือ เสื้อผ้า</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6903761441513459169/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>AVE MARIA</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>23</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6903761441513459169.post-5316554467729368793</id><published>2009-03-04T03:11:00.000+07:00</published><updated>2009-03-04T03:12:03.430+07:00</updated><title type='text'>พระสันตะปาปาเสด็จถึงกรุงโรมโดยสวัสดิภาพแล้ว</title><content type='html'>&lt;hr style="WIDTH: 99%; COLOR: #aec2dd; HEIGHT: 1px"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;แฟนคลับพระสันตะปาปาผู้กล้าฟังทางนี้ !! เมื่อเวลา 10.45 น.ของวันจันทร์ที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา (ตรงกับ 15.45 น.ตามเวลาในไทย) "โป๊ปผู้รักการไหว้" สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 ประมุขสูงสุดแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ได้เสด็จถึงสนามบินคัมปิโน่ กรุงโรม ประเทศอิตาลี โดยสวัสดิภาพแล้ว นับเป็นการเสร็จสิ้นพันธกิจการเสด็จอภิบาลคริสตังอเมริกัน อย่างเป็นทางการ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;หลังจากนี้ พระสันตะปาปาผู้กล้า จะทรงหยุดพักภารกิจเป็นเวลา 1 วัน ก่อนจะเสด็จออกมาเทศน์สอนสัตบุรษในการเข้าเฝ้าประจำสัปดาห์ ซึ่งจะมีขึ้นในวันพุธที่ 23 เมษายนที่จะถึงนี้ต่อไป &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6903761441513459169-5316554467729368793?l=popeinamerica2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/feeds/5316554467729368793/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/2009/03/blog-post_8864.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6903761441513459169/posts/default/5316554467729368793'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6903761441513459169/posts/default/5316554467729368793'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/2009/03/blog-post_8864.html' title='พระสันตะปาปาเสด็จถึงกรุงโรมโดยสวัสดิภาพแล้ว'/><author><name>AVE MARIA</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6903761441513459169.post-7722236387348099971</id><published>2009-03-04T03:10:00.000+07:00</published><updated>2009-03-04T03:11:00.777+07:00</updated><title type='text'>โป๊ปตรัส"God Bless America"ส่งท้ายการอภิบาลคริสตังอเมริกัน</title><content type='html'>&lt;hr style="WIDTH: 99%; COLOR: #aec2dd; HEIGHT: 1px"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;img style="MARGIN: 0px 10px 5px 5px" src="http://farm3.static.flickr.com/2279/2413279741_512038a714.jpg?v=0" width="150" align="left" /&gt;&lt;/span&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;เมื่อเวลา 20.00 น.ของวันอาทิตย์ที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา (ตรงกับ 07.00 น.ของวันจันทร์ที่ 21 เมษายน ตามเวลาในไทย) "โป๊ปผู้รักการไหว้" สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 ประมุขสูงสุดแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ได้เสด็จมาถึงสนามบินนานาชาติจอห์น เอฟ เคนเนดี้ นครนิวยอร์ก เพื่อร่วมพิธีส่งเสด็จและอำลาสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการ โดยพิธีนี้มี ดิ๊ก เชนี่ย์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯและภริยา พร้อมทั้งกลุ่มคริสตชนกว่า 4,000 คน มาร่วมส่งเสด็จพระสันตะบิดรผู้ศักดิ์สิทธิ์ กลับวาติกัน&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;สำหรับสุนทรพจน์สุดท้ายที่พระสันตะปาปา ทรงกล่าวอำลา พระองค์ทรงขอบคุณชาวอเมริกันที่ต้อนรับอย่างดี นอกจากนี้ พระสันตะปาปา ทรงยอมรับว่า มีความสุขมากที่ได้เห็นคริสตังอเมริกัน เป็นประจักษ์พยานทางความเชื่อและอุทิศตนเพื่อพระศาสนจักร พร้อมกันนี้ ยังได้ตรัสรู้สึกถึงความอบอุ่นทางใจ ที่ได้พบผู้นำศาสนาคริสต์ ทุกนิกาย รวมทั้ผู้แทนศาสนาอื่นๆในอเมริกาด้วย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;จากนั้น "พระสันตะปาปาผู้กล้า" ทรงบอกบรรดาประมุขแห่งอัครสังฆมณฑลนิวยอร์ก,ฟิลาเดเฟีย,บอสตัน,หลุยส์วิลล์ ว่าจะสวดภาวนาให้พวกเขา เนื่องในโอกาสที่ ปีนี้ ครบรอบ 200 ปีแห่งการสถาปนาสังฆมณฑลที่กล่าวมา พระองค์ทรงกระตุ้นและเชิญชวนบรรดาพระสงฆ์ นักบวช และสัตบุรุษทุกคน จงกล้าเป็นพยานยืนยันถึงพระวรสาร รวมทั้งการประกาศให้ทุกคนได้รู้ว่า พระเยซูคริสต์คือความหวังของมนุษย์ชาติ และเป็นพระผู้ไถ่บาปให้แก่โลก &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;พระสันตะปาปายังได้กล่าวขอบคุณ ปัน กีมุน และองค์การสหประชาชาติที่ตรากตรำทำงาน เพื่อพิทักษ์สิทธิมนุษยชนอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย พระองค์ทรงขอให้ผู้มีจิตใจดีงามทุกคน ปฏิบัติงานมนุษธรรมเช่นนี้ต่อไป เพื่อสร้างสันติภาพ,ความยุติธรรมให้กับมนุษยชาติและทุกประเทศทั่วโลก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ในส่วนของการเสด็จไปภาวนาอุทิศ แด่ดวงวิญญาณผู้เสียชีวิตเหตุการณ์ 9/11 พระสันตะปาปาชาวเยอรมัน ผู้รักการยกมือไหว้แทนคำขอบคุณ ทรงย้ำว่า ช่วงเวลาที่เสด็จไปที่นั่น พระองค์รู้สึกสะเทือนใจเป็นอย่างมาก พระสันตะบิดรผู้ศักดิ์สิทธิ์ทรงสัญญาว่า จะสวดภาวนาเพื่อวิญญาณผู้ล่วงลับและผู้สูญเสียจากโศกนาฏกรรม 11 กันยายน 2001 อย่างแน่นอน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ท้ายที่สุด พระสันตะปาปา ทรงสัญญาจะสวดภาวนาเพื่อชาวอเมริกันและเพื่อมนุษย์ชาติทั่วโลก เพื่อในอนาคต ทุกคนจะได้เพิ่มพูนความรู้สึกเป็นพี่น้องและร่วมเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน รวมทั้งให้ความเคารพและมีความวางใจ,เชื่อใจในองค์พระเจ้า พระบิดาบนสวรรค์ นับวันยิ่งมากขึ้นๆ"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;แน่นอนว่า การอวยพรครั้งสุดท้าย พระสันตะปาปา ไม่ลืมที่จะตรัสว่า "GOD BLESS AMERICA !!" (พระเจ้าคุ้มครองอเมริกา) แล้วพระองค์จึงเสด็จขึ้นประทับบนเครื่องบิน เพื่อเสด็จกลับกรุงโรม ต่อไป&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6903761441513459169-7722236387348099971?l=popeinamerica2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/feeds/7722236387348099971/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/2009/03/god-bless-america.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6903761441513459169/posts/default/7722236387348099971'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6903761441513459169/posts/default/7722236387348099971'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/2009/03/god-bless-america.html' title='โป๊ปตรัส&quot;God Bless America&quot;ส่งท้ายการอภิบาลคริสตังอเมริกัน'/><author><name>AVE MARIA</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6903761441513459169.post-269017913022729060</id><published>2009-03-04T03:06:00.000+07:00</published><updated>2009-03-04T03:09:28.804+07:00</updated><title type='text'>โป๊ปสอนคริสตังอเมริกันหัดใช้เสรีภาพที่พระมอบให้ในทางที่ฉลาด</title><content type='html'>&lt;hr style="WIDTH: 99%; COLOR: #aec2dd; HEIGHT: 1px"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;img style="MARGIN: 0px 10px 5px 5px" src="http://farm3.static.flickr.com/2116/2420730501_abbb580a25.jpg?v=0" width="150" align="left" /&gt;&lt;/span&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;เมื่อเวลา 14.30 น.ของวันอาทิตย์ที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา (ตรงกับ 01.30 น.ของวันจันทร์ที่ 21 เมษายน ตามเวลาในไทย) สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 ประมุขสูงสุดแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ทรงเป็นประธานในพิธีมิสซาสุดท้ายในการเสด็จเยือนสหรัฐอเมริกาของพระองค์ ท่ามกลางสัตบุรุษกว่า 60,000 คน โดยมิสซานี้ จัดขึ้นที่แยงกี้ สเตเดี้ยม สนามเบสบอลชื่อดังของสโมสรนิวยอร์ก แยงกี้ส์ &lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;สำหรับใจความสำคัญของบทเทศน์ประจำมิสซานี้ พระสันตะบิดรผู้ศักดิ์สิทธิ์ ทรงสอนคริสตังอเมริกัน ให้รู้จักใช้เสรีภาพที่ได้รับมาแบบถูกต้องและฉลาดที่ใช้มัน นอกจากนี้ ยังกระตุ้นทุกคน ให้เสียสละอุทิศตนทำงานรับใช้สังคมอย่างธรรมทูตรุ่นบุกเบิกอเมริกา&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;พระสันตะปาปาทรงเริ่มต้นบทเทศน์ ด้วยการตรัสถึงความสำเร็จของคลื่นผู้อพยพที่หลั่งไหลเข้ามาตั้งถิ่นฐานในอเมริกา กล่าวคือ ทุกคนล้วนแต่ได้รับการศึกษา,ระบบสาธารณสุข,สวัสดิการทางสังคม สิ่งเหล่านี้ แน่นอนว่า ส่วนหนึ่งมาจากการเสียสละอุทิศตนของบรรดาธรรมทูตแพร่ธรรมที่อุทิศตนรับใช้สังคม &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;พระสันตะปาปา ตรัสแบ่งปันว่า "สิ่งที่ผู้อพยพได้รับนั้น แสดงให้เห็นถึงเครื่องหมายคุณภาพของพระศาสนจักร ลองดูซิว่า มีคนจำนวนเท่าไหร่ที่เสียสละตนเองทั้งกายและใจ เพื่อมอบสิ่งนี้ให้กับสังคมตลอด 2 ศตวรรษที่ผ่านมา จงกล้าที่จะเดินตามพวกท่าน(ธรรมทูต) ดังนั้น พ่อขอกระตุ้นฝูงลูกแกะอเมริกัน จงมีความกล้าในการเพิ่มคุณค่าให้สังคม โดยนำพระวรสารและนำพระอาณาจักรของพระเจ้า มาสู่ดินแดนแห่งนี้โดยเร็ว"&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;นอกจากนี้ "พระสันตะปาปาผู้รักการไหว้" ยังได้ตรัสสอนเรื่องการใช้เสรีภาพที่ถูกต้อง โดยทรงย้ำว่า "วันนี้ เราไม่ได้มาร่วมมิสซาเพื่อขอบพระคุณพระเจ้า สำหรับพระพรและเสรีภาพที่พระองค์ประทานมาให้เท่านั้น แต่เรายังมาขอพร เพื่อให้พระองค์ชี้แนะแนวทางให้เรา ใช้พระพรแห่งเสรีภาพอย่างฉลาดและสร้างสรรค์ เพื่อที่จะสร้างความหวังแห่งอนาคตให้กับชนรุ่นต่อๆไป" &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ในตอนท้าย พระสันตะบิดรผู้ศักดิ์สิทธิ์ ทรงร่วมแสดงความยินดีกับอัครสังฆมณฑลนิวยอร์ก,บอสตัน,ฟิลาเดเฟีย,หลุยส์วิลล์ ซึ่งทั้งหมดได้รับการสถาปนาเมื่อค.ศ.1808 นับถึงปัจจุบันก็ 200 ปีพอดี "พ่อขอแสดงความยินดีกับพวกท่าน นี่คือเครื่องหมายที่บ่งบอกถึงการเจริญเติบโตอย่างน่าประทับใจของพระศาสนจักรคาทอลิกในอเมริกา"&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;หลังจากจบพิธี พระสันตะปาปาทรงทักทายสัตบุรุษรอบๆแยงกี้ สเตเดี้ยม จากนั้น ทรงประทับ "รถโป๊ปโมบิล" (พระสันตะปาปาเคลื่อนที่) กลับสู่บ้านพักสมณทูตประจำองค์การสหประชาชาติ ก่อนที่ช่วงหัวค่ำ พระองค์จะประทับเครื่องบินพระที่นั่งกลับสู่วาติกัน ต่อไป&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;hr style="WIDTH: 99%; COLOR: #aec2dd; HEIGHT: 1px"&gt;&lt;br /&gt;  &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;font-size:180%;color:#0000ff;"&gt;Mass  at  Yankee  Stadium  in  New  York&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;img src="http://farm3.static.flickr.com/2092/2429593904_06d4ec795c_o.jpg" /&gt; &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;img src="http://farm4.static.flickr.com/3254/2428779617_3874ea10fb_o.jpg" /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;img src="http://farm4.static.flickr.com/3209/2429590184_2c730b37ae_o.jpg" /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;img src="http://farm3.static.flickr.com/2006/2429594742_7e44e17b24_o.jpg" /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;img src="http://farm4.static.flickr.com/3199/2428781421_47c0748fb4_o.jpg" /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;img src="http://farm3.static.flickr.com/2330/2429590820_96a16444a6_o.jpg" /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;img src="http://farm4.static.flickr.com/3111/2428780225_e36e7e2e0d_o.jpg" /&gt; &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;img src="http://farm4.static.flickr.com/3270/2429592470_b33370dce4_o.jpg" /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:130%;color:#0000ff;"&gt;ภาพ : AP, AFP, Reuters&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:verdana;font-size:100%;color:#0000ff;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:100%;color:#0000ff;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; &lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6903761441513459169-269017913022729060?l=popeinamerica2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/feeds/269017913022729060/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/2009/03/blog-post_4552.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6903761441513459169/posts/default/269017913022729060'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6903761441513459169/posts/default/269017913022729060'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/2009/03/blog-post_4552.html' title='โป๊ปสอนคริสตังอเมริกันหัดใช้เสรีภาพที่พระมอบให้ในทางที่ฉลาด'/><author><name>AVE MARIA</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6903761441513459169.post-6966180808624880384</id><published>2009-03-04T03:05:00.000+07:00</published><updated>2009-03-04T03:06:16.394+07:00</updated><title type='text'>พระสันตะปาปาภาวนาอุทิศที่กราวน์ซีโร่ให้ผู้เสียชีวิต 9/11</title><content type='html'>&lt;hr style="WIDTH: 99%; COLOR: #aec2dd; HEIGHT: 1px"&gt;&lt;br /&gt; &lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;strong&gt;เมื่อเวลา 9.30 น.ของวันอาทิตย์ที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา (ตรงกับ 20.30 น.ตามเวลาในเมืองไทย) สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 ประมุขสูงสุดแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ทรงเป็นประธานการสวดภาวนาและวางพวงมาลาอุทิศแด่วิญญาณผู้ล่วงลับจากเหตุการณ์เครื่องบินพุ่งชนตึกเวิลด์เทรด เซ็นเตอร์ นครนิวยอร์ก&lt;/strong&gt; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ทันทีที่พระสันตะปาปาเสด็จมาถึง พระองค์ทรงคุกเข่าสวดเป็นเวลาประมาณ 5 นาที จากนั้น ทรงลุกขึ้นเพื่อจุดเทียนและพรมน้ำเสกลงบนพื้นซึ่งในอดีตเป็นที่ตั้งของตึกเวิลด์เทรด ก่อนจะทรงวางดอกไม้ เพื่อระลึกถึงดวงวิญญาณผู้ล่วงลับ โดยใจความสำคัญของบทสวด พระสันตะปาปาทรงวอนขอพระเจ้า โปรดเยียวยารักษาจิตใจของครอบครัวผู้เสียชีวิตทุกคน พระองค์ไม่ได้วอนขอเฉพาะผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ตึกเวิลด์เทรดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเหตุการณ์ที่เพ็นตาก้อนด้วย ในตอนท้าย พระสันตะปาปาทรงภาวนาขอพระเจ้า โปรดประทานสันติสุขลงมาสู่จิตใจมนุษย์ทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จิตใจของผู้ที่ยังเต็มไปด้วยความเกลียดชังและอาฆาตแค้น จะได้พบกับความรักของพระองค์โดยเร็ว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;หลังจากการภาวนาอุทิศแด่ดวงวิญญาณจบลง พระสันตะปาปาทรงพบปะกับผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ 11 กันยายน 2001 จำนวน 24 คน แล้วค่อยประทับ "โป๊ปโมบิล" (รถพระสันตะปาปาเคลื่อนที่) กลับสู่บ้านพักสมณทูตวาติกัน เพื่อเตรียมตัวเป็นประธานในพิธีมิสซาอำลาสหรัฐอเมริกา ในช่วงบ่ายต่อไป&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6903761441513459169-6966180808624880384?l=popeinamerica2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/feeds/6966180808624880384/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/2009/03/911.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6903761441513459169/posts/default/6966180808624880384'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6903761441513459169/posts/default/6966180808624880384'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/2009/03/911.html' title='พระสันตะปาปาภาวนาอุทิศที่กราวน์ซีโร่ให้ผู้เสียชีวิต 9/11'/><author><name>AVE MARIA</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6903761441513459169.post-8654404007183252368</id><published>2009-03-04T03:00:00.000+07:00</published><updated>2009-03-04T03:04:12.280+07:00</updated><title type='text'>พระสันตะปาปาพบปะบรรดาเยาวชน</title><content type='html'>&lt;hr style="WIDTH: 99%; COLOR: #aec2dd; HEIGHT: 1px"&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันเสาร์ที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา (03.00 น.ของวันอาทิตย์ที่ 20 เมษายน ตามเวลาในไทย) สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 ทรงประทับรถยนต์พระที่นั่งออกจากบ้านพักสมณทูตประจำองค์การสหประชาชาติ มุ่งหน้าสู่สามเณราลัยนักบุญโยเซฟ เพื่อพบปะและเทศน์สอนบรรดาผู้เข้ารับการฝึกอบรมเตรียมตัวเป็นบาทหลวง รวมทั้งเยาวชนคาทอลิกกว่า 25,000 คน&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;&lt;span style="font-family:verdana;font-size:100%;color:#0000ff;"&gt;ทรงพบกับบรรดาเยาวชนผู้พิการทางสมองและการได้ยิน&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ทันทีที่เสด็จมาถึง พระสันตะปาปาทรงพระดำเนินเข้าไปในสามเณราลัย เพื่อทักทายเยาวชนผู้พิการทางสมองและการได้ยิน จำนวน 50 คน พระสันตะปาปาได้สวมกอดและพูดคุยกับพวกเขาอย่างเป็นกันเอง &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ใจความสำคัญสิ่งที่พระสันตะปาปา ตรัสกับพวกเขา มีอยู่ว่า "พระเจ้าทรงอวยพรพวกเธอทุกคน ด้วยพระพรและความสามารถที่ต่างกันไป อาศัยสิ่งที่พระเจ้าประทานมาให้ พวกเธอสามารถปรนนิบัติรับใช้พระองค์และสังคมในหลากหลายรูปแบบ พ่อขอให้ทุกคนจงยืนหยัดทำสิ่งดีๆต่อไป เพื่อเป็นเครื่องหมายแห่งความหวังให้กับทุกคนในสังคม พ่อขอให้พวกเธอ สวดภาวนาทุกๆวัน เพื่อโลกและคนที่ยังไม่รู้จักพระเยซู จะได้กลับใจมารู้จักพระองค์ ที่สำคัญ อย่าลืมสวดให้พ่อด้วยนะ !!" &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;หลังจากตรัสจบลง เยาวชนผู้พิการทางการได้ยิน ได้ร่วมกันแสดงท่าทางประกอบเพลง "แฮปปี้ เบิร์ธเดย์" ถวายแด่พระสันตะปาปา เนื่องในโอกาสวันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา เป็นวันคล้ายวันประสูติของพระองค์ ครบ 81 ชันษา &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;&lt;span style="font-family:verdana;font-size:100%;color:#0000ff;"&gt;เยาวชนร้องเพลง "แฮปปี้ เบิร์ธเดย์" ถวายพระสันตะปาปา&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;หลังการพบปะบรรดาเยาวชนผู้พิการเสร็จสิ้นลง พระสันตะปาปาได้เสด็จออกมาพบกับบรรดาเยาวชนกว่า 25,000 คนที่รอต้อนรับพระองค์อยู่ด้านนอก ทันทีที่พระสันตะบิดรผู้ศักดิ์สิทธิ์ ปรากฏพระองค์ เยาวชนต่างปรบมือและส่งเสียงต้อนรับอย่างเกรียวกราว พร้อมกันนี้ พวกเขาได้ร่วมกันร้องเพลง "แฮปปี้ เบิร์ธเดย์" ภาษาเยอรมัน ถวายแด่พระสันตะปาปา ตามด้วย เคลลี่ คล้าร์กสัน ป็อปสตาร์คาทอลิกอเมริกัน ได้มาขับร้องบทเพลง "Ave Maria" ถวายพระสันตะปาปาเช่นกัน &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;u&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:verdana;font-size:100%;color:#0000ff;"&gt;พระสันตะปาปาขอบใจสำหรับเพลง พร้อมชมร้องดีแบบนี้ เอา "เกรดเอ" ไปเลย&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/u&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;สิ้นเสียงเพลงแฮปปี้ เบิร์ธเดย์ และเสียงของ เคลลี่ คล้าร์กสัน พระสันตะปาปาทรงลุกขึ้นโบกพระหัตถ์ให้เยาวชน ก่อนจะพระดำเนินไปรอบๆเวที เพื่อทักทายพวกเขาอย่างเป็นกันเอง จากนั้น ทรงกลับมาประทับนั่ง แล้วตรัสชื่นชมการประสานเสียงร้องเพลงว่า "พ่อซาบซึ้งใจมากๆกับสิ่งที่พวกเธอมอบให้ นอกจากนี้ พ่อยังประทับใจการร้องเพลงแฮปปี้ เบิร์ธเดย์ พ่อขอมอบ เกรดเอบวก ให้ทุกคน สำหรับการออกเสียงสำเนียงเยอรมัน !!"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;&lt;span style="font-family:verdana;font-size:100%;color:#0000ff;"&gt;แนะเยาวชน ดูตัวอย่างลูกหลานชาวนิวยอร์กที่เป็นนักบุญ,บูญราศี&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;พระสันตะปาปา ทรงเริ่มต้นเทศน์สอนอย่างจริงจัง ด้วยการแนะนำเยาวชนให้ดูแบบอย่าง นักบุญเอลิซาเบ็ธ แอน เซตัน, นักบุญฟรานเชส ซาเบียร์ กาบรินี่, นักบุญจอห์น นอยมันน์, บุญราศี คาเตรี่ เตกักวิธา, ปิแอร์ ตัวแซงค์ ผู้น่าเคารพ (Venerable), คุณพ่อเฟลิก บาเลร่า ทั้งหมดคือลูกหลานและผู้ทำงานอภิบาลในนิวยอร์ก พระสันตะปาปาตรัสว่า "พวกเธอทุกคนสามารถเป็นแบบพวกท่านเหล่านี้ได้ ขอเพียงมีความกล้าที่จะเดินตาม ท่านเหล่านี้ อาจมีภูมิหลังและชีวิตที่แตกต่างกันไป แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนเหมือนกัน ก็คือ การมีความรักอย่างร้อนรนต่อพระเยซู"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;"พวกท่านเหล่านี้ ยอมสละทุกสิ่งเพื่อพระเจ้า พร้อมทั้งยื่นมือแห่งความหวังไปสัมผัสสังคม ผ่านทางการทำงานรับใช้ผู้ยากไร้,ผู้ป่วย,ผู้ที่เป็นส่วนเกินของสังคม พวกท่านทำเพื่อประกาศการเป็นพยานยืนยันซึ่งเกิดจากการก้าวเดินอย่างเรียบง่าย เพื่อติดตามพระเยซู การติดตามนี้ ทำได้โดยการให้อภัย,การคืนดี,เป็นคนสุภาพและมีสันติในตัวเอง"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;&lt;span style="font-family:verdana;font-size:100%;color:#0000ff;"&gt;เตือนเยาวชน อย่ายุ่งกับกิจกรรมที่ทำลายความหวังในการดำเนินชีวิต&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ประมุขสูงสุดแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ยังได้เตือนสติเยาวชน ไม่ให้ข้องเกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆที่ทำลายความหวังในการดำเนินชีวิต อาทิ กิจกรรมที่ตอนทำดูคึกคะนอง มีความสุข แต่ตอนจบเป็นแบบชีวิตสับสน ปวดร้าว และเต็มไปด้วยความกลัว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;พระสันตะปาปา ทรงอธิบายเรื่องนี้ ด้วยการรำลึกความหลังวัยเด็กที่พระองค์ถูกบังคับให้เข้าเป็นยุวชนนาซี พระองค์ตรัสว่า "ชีวิตวัยเยาว์ของพ่อ ถูกทำให้เสื่อมเสียไปด้วยการปกครองแบบชั่วร้าย ไม่ว่าจะเป็นการแทรกซึมแนวคิดในโรงเรียนหรือแทรกซึมเข้าไปในชีวิตพลเรือน มันทำลายพระเจ้าและกลายเป็นว่า สิ่งดีงามทั้งหลาย ไม่สามารถเข้ามามีบทบาทได้เลย พ่อเชื่อว่า ปู่ย่าตายายหรือคุณทวดของพวกเธอ คงจำประสบการณ์ร้ายๆเช่นนี้ได้เป็นอย่างดี ในความเป็นจริง พ่อเชื่อว่า พวกท่านบางคน (ปู่,ย่า,ตา,ยาย,ทวด) อพยพมาอเมริกา ก็เพราะต้องการหนีความเลวร้ายแบบนั้น แน่นอน" &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;"ดังนั้น เราต้องขอบพระคุณพระเจ้าที่เยาวชนสมัยนี้ สามารถใช้ชีวิตได้อย่างเสรีภาพ ตามระบอบประชาธิปไตยและได้รับการคุ้มครองตามหลักสิทธิมนุษยชน แต่กระนั้น สิ่งดีๆจะถูกทำลายไป เพราะภัยคุกคามเยาวชน อาทิ ยาเสพติด,การเหยียดสีผิว,ความรุนแรง,การเป็นเด็กเร่ร่อน,ความยากจน,การทำลายความเป็นมุนษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การทำลายความเป็นมนุษย์ของสตรีและเด็ก สิ่งเหล่านี้ เวลาทำเราอาจสนุก แต่ตอนจบ เราจะพบกับความสับสน,ความกลัว และไม่เหลือความหวังให้ดำเนินชีวิตต่อไป"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;&lt;span style="font-family:verdana;font-size:100%;color:#0000ff;"&gt;อย่าเรียกร้องเสรีภาพในทางที่ผิด, 4 สิ่งที่ทำให้เป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ปัจจุบัน ได้มีกลุ่มต่างๆมากมายที่ออกมาเรียกร้องเสรีภาพ กระนั้น พระสันตะปาปาทรงเตือนสติเยาวชนว่า ก่อนจะเรียกร้องเรื่องพวกนี้ ต้องตระหนักถึงสัจธรรมความจริงก่อนว่า เสรีภาพคืออะไร และพระเจ้าประทานมาให้เราหรือเปล่า "ความสำคัญขั้นพื้นฐานของเสรีภาพคือการได้รับความคุ้มครอง ไม่น่าแปลกใจเลยว่า ตอนนี้ มีผู้คนมากมายทั้งตัวบุคคลหรือเป็นกลุ่มต่างๆ ออกมาเรียกร้องโหยหาเสรีภาพต่อหน้าสาธารณชน เสรีภาพเป็นประเด็นละเอียดอ่อน มันสามารถนำไปใช้ในทางที่ผิดหรือตีความหมายแบบผิดๆ"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;"พวกเธอเคยสังเกตบ้างไหมว่า พวกที่ชอบออกมาเรียกร้องเสรีภาพ บ่อยครั้ง เรียกร้องโดยปราศจากการอ้างอิงหลักความจริง เสรีภาพส่วนบุคคลส่วนมาก ไม่ได้ตอบโจทย์เรื่องสัจธรรมความจริง ดังนั้น ก่อนที่พวกเธอจะเรียกร้องเสรีภาพ ต้องสำรวจดูตัวเองก่อนว่า วัตถุประสงค์นั้น เคารพสัจธรรมความจริงหรือไม่ หรือว่ามันนำไปสู่เสรีภาพในทางที่ผิด" &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;แม้พระสันตะปาปาจะไม่ระบุตัวอย่างการเรียกร้องเสรีภาพในทางที่ผิด แต่เป็นที่เข้าใจกันว่า พระองค์หมายถึงการทำแท้งในกลุ่มวัยรุ่น บ่อยครั้ง วัยรุ่นมักอ้างว่า เป็นสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล แต่การกระทำดังกล่าว จัดเป็นการฆ่าคน ซึ่งก็คือทารกผู้บริสุทธิ์นั่นเอง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;จากนั้น "โป๊ปผู้รักการไหว้" ทรงกระตุ้นเยาวชนให้กล้าดำเนินชีวิตแบบผู้ศักดิ์สิทธิ์ พระองค์ให้กำลังใจทุกคน อย่ากลัวหรืออายเวลาโดนเพื่อนๆล้อเลียนหรือมองด้วยสายตาแปลกๆ เวลาที่เราทำความดีหรือปฏิบัติตามคำสอนของพระเยซู พระองค์ทรงเสนอแนะขุมทรัพย์การเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ ให้พวกเขาก้าวตาม ด้วยการตรัสว่า "4 สิ่งที่เป็นขุมทรัพย์ทางความเชื่อ ได้แก่ การสวดภาวนาเป็นการส่วนตัว และการรำพึงเงียบๆ, การร่วมพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์, การช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยความรัก, กล้าเดินตามกระแสเรียก"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;u&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:verdana;font-size:100%;color:#0000ff;"&gt;เตือนผู้ที่อบรมเตรียมเป็นสงฆ์ของพระคริสต์ จงปฏิเสธการล่อลวงทุกชนิด&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/u&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ในตอนท้าย พระสันตะปาปาสุดยอดนักเทวศาสตร์ ทรงสั่งสอนบรรดาผู้เข้ารับการอบรมเตรียมเป็นสงฆ์ของคริสต์ ให้หลีกเลี่ยงการประจญล่อลวงทุกชนิด พร้อมกระตุ้นให้กล้าดำเนินชีวิตแบบพระเยซู "พ่อขอให้ทุกคนปฏิเสธการล่อลวงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการโอ้อวด,หยิ่งยโส,ชีวิตฝ่ายโลก พ่อขอให้ทุกคนดำเนินชีวิตด้วยความรักต่อพระเจ้าและเพื่อนมนุษย์ จงยึดมั่นการครองโสดของตน และปฏิบัติตัวอย่างสุภาพถ่อมตนแบบที่พระเยซูคริสต์ ทรงเป็นแบบอย่าง"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;&lt;span style="font-family:verdana;font-size:100%;color:#0000ff;"&gt;ทรงปล่อยมุกปิดท้าย !! โดยลุกขึ้นกลับเลย ทั้งที่ยังไม่ตรัสสอนภาษาสแปนิช&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;หลังการเทศน์สอนเสร็จลง เยาวชนได้ปรบมือให้คำสอนอันน่าประทับใจเป็นเวลายาวนาน ขณะที่พระสันตะปาปาทรงโบกพระหัตถ์แทนคำขอบใจ จากนั้น พระองค์ทรงลุกขึ้นเพื่อเสด็จกลับ ทั้งที่ความจริงแล้ว พระองค์จะต้องเทศน์สอนเป็นภาษาสแปนิชด้วย เนื่องจากมีเยาวชนบางกลุ่มใช้ภาษาสแปนิชในการสื่อสาร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;มอนซินญอร์ ยอร์ก เกนชไวน์ เลขาฯส่วนพระองค์ จึงเข้ามากราบทูลพระสันตะบิดรผู้ศักดิ์สิทธิ์ว่า พระองค์ยังตรัสสอนไม่จบ พระสันตะปาปาจึงประทับนั่งบนเวทีอีกรอบ ท่ามกลางความสงสัยของทุกคนว่า พระองค์ทรงทำอะไร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;พระสันตะปาปาจึงเฉลยพร้อมทรงหัวเราะว่า "ขอโทษที พ่อลืมทักทายเยาวชนเชื้อสายสแปนิช !!" &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;hr style="WIDTH: 99%; COLOR: #aec2dd; HEIGHT: 1px"&gt;&lt;br /&gt; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;font-size:180%;color:#0000ff;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;Pope Benedict XVI at Saint Joseph's Seminary in Yonkers&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;img height="314" alt="" src="http://farm4.static.flickr.com/3171/2427515664_e4939a65f5.jpg?v=0" width="496" /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;img height="400" alt="" src="http://farm4.static.flickr.com/3251/2429565320_0a055c59b5.jpg?v=0" width="500" /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt; &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;img height="400" alt="" src="http://farm3.static.flickr.com/2156/2428753231_c7ca36d2e1.jpg?v=0" width="500" /&gt; &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;img height="500" alt="" src="http://farm3.static.flickr.com/2208/2429565128_f104a1efd0.jpg?v=0" width="342" /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;br /&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:130%;color:#0000ff;"&gt;ภาพ : AP, AFP, Reuters&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:verdana;font-size:100%;color:#0000ff;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Georgia;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6903761441513459169-8654404007183252368?l=popeinamerica2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/feeds/8654404007183252368/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/2009/03/blog-post_2519.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6903761441513459169/posts/default/8654404007183252368'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6903761441513459169/posts/default/8654404007183252368'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/2009/03/blog-post_2519.html' title='พระสันตะปาปาพบปะบรรดาเยาวชน'/><author><name>AVE MARIA</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6903761441513459169.post-8799755016025734650</id><published>2009-03-04T02:59:00.000+07:00</published><updated>2009-03-04T03:00:33.584+07:00</updated><title type='text'>โป๊ปถ่อมพระองค์บอกยังทำหน้าที่พระสันตะปาปาได้ไม่ดีที่ควร</title><content type='html'>&lt;hr style="WIDTH: 99%; COLOR: #aec2dd; HEIGHT: 1px"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;img style="MARGIN: 0px 10px 5px 5px" src="http://farm3.static.flickr.com/2092/2386375105_47687e4350.jpg?v=0" width="150" align="left" /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;strong&gt;"โป๊ปผู้กล้า" สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 ประมุขสูงสุดแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ทรงถ่อมพระองค์แบบสุดๆ ด้วยการยอมรับยังสืบทอดหน้าที่ต่อจากนักบุญเปโตรได้ไม่ดีเท่าที่ควร ขณะเดียวกัน ทรงขอคำภาวนาจากคริสตังทุกคน เพื่อให้ปีสมณสมัยที่ 4 แห่งการปฏิบัติหน้าที่พระสันตะปาปา ดำเนินไปอย่างดีด้วย&lt;/strong&gt; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;เมื่อเวลา 9.15 น.ของวันเสาร์ที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา (201.5 น.ตามเวลาในไทย) สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 ทรงเป็นประธานในพิธีมิสซาซึ่งจัดขึ้นที่อาสนวิหารนักบุญแพทริค ท่ามกลางผู้ร่วมพิธีกว่า 3,000 คน โดยความพิเศษของพิธีนี้ อยู่ที่การร่วมแสดงความยินดีกับพระสันตะปาปา เนื่องในโอกาสที่พระองค์ทรงได้รับเลือกให้สืบทอดตำแหน่งต่อจากนักบุญเปโตร ครบรอบ 3 ปีพอดี (พระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 ได้รับเลือกเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2005)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;พิธีแสดงความยินดี มีขึ้นช่วงบทภาวนาหลังรับศีลมหาสนิท พระคาร์ดินัล ตาร์ชิซิโอ แบร์โตเน่ เลขาฐิการนครรัฐวาติกันและพระคาร์ดินัล เอ็ดเวิร์ด เอแกน ประมุขอัครสังฆมณฑลนิวยอร์ก ได้ออกมากล่าวแสดงความชื่นชมยินดีแด่พระสันตะปาปา ทั้งสองได้เป็นตัวแทนของผู้ร่วมพิธี ถวายพระพรและขอให้พระสันตะปาปาทรงพระเจริญ ปกครองพระศาสนจักรไปอีกนาน &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;จากนั้น พระสันตะปาปา ผู้รักการยกมือไหว้แทนคำขอบคุณ ทรงลุกขึ้นและตรัสขอบใจทุกคนว่า "พ่อขอขอบใจทุกคน สำหรับความรักที่พวกท่านถวายให้พระเจ้า,พระศาสนจักร รวมทั้งความรักที่ได้มอบให้ผู้สืบทอดตำแหน่งของนักบุญเปโตร ซึ่งยังปฏิบัติหน้าที่ได้มีดีเท่าที่ควร อย่างเช่นคนๆนี้(ทรงหมายถึง ตัวพระองค์เอง)"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;"กระนั้น พ่อสัญญาว่า จะทำทุกทางเพื่อเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งที่ดีต่อจากนักบุญเปโตรผู้ยิ่งใหญ่ ท่านนักบุญคือมนุษย์ที่อาจเคยทำผิดพลาดและทำบาปบ้าง แต่ที่สุดแล้ว ท่านก็ยังคงเป็นศิลาของพระศาสนจักร" ทันทีที่พระสันตะปาปาองค์ที่ 265 แห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ตรัสจบลง ผู้ร่วมพิธีในอาสนวิหารต่างพร้อมใจกันลุกขึ้นปรบมือถวายเกียรติแด่พระองค์เป็นเวลายาวนาน ขณะที่บางส่วนได้ร่วมร้องเพลง "แฮปปี้ เบิร์ธเดย์" ย้อนหลังและยังเป็นการร่วมยินดีกับการฉลองสมณสมัยครบ 3 ปี&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ในส่วนของบทเทศน์ประจำมิสซา พระสันตะปาปาทรงขอร้องให้คริสตังอเมริกันทุกคน ร่วมเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เพื่อฟันฝ่าความเจ็บปวดในอดีต อาทิ คดีบาทหลวงล่วงละเมิดทางเพศ พระองค์กระตุ้นพวกเขาว่า นับจากนี้ไป จะเป็นช่วงเวลาแห่งการเยียวยารักษาความเจ็บปวดทั้งหมด พระศาสนจักรจะต้องก้าวไปข้างหน้า ด้วยความหวังในพระคริสตเจ้า &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;นอกจากนี้ พระสันตะปาปาสุดยอดนักเทวศาสตร์ ทรงขอร้องผู้ภิบาลทุกคน จงปฏิบัติตนเป็นผู้นำความหวังไปมอบให้สังคม เพราะทุกวันนี้ คนส่วนมากไม่สนใจพระเจ้า ดังนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่พระสงฆ์นักบวช จะต้องเร่งฟื้นฟูการประกาศพระวรสารอย่างเร่งด่วน เพื่อที่ว่า สัตบุรุษจะได้พบกับสัจธรรมความจริงในการดำเนินชีวิต ซึ่งก็คือพระเจ้า ผู้เป็นองค์แห่งความดีงามและยังเป็นบ่อเกิดของสรรพสิ่งทั้งมวล&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6903761441513459169-8799755016025734650?l=popeinamerica2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/feeds/8799755016025734650/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/2009/03/blog-post_2008.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6903761441513459169/posts/default/8799755016025734650'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6903761441513459169/posts/default/8799755016025734650'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/2009/03/blog-post_2008.html' title='โป๊ปถ่อมพระองค์บอกยังทำหน้าที่พระสันตะปาปาได้ไม่ดีที่ควร'/><author><name>AVE MARIA</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6903761441513459169.post-4278427871925463999</id><published>2009-03-04T02:58:00.000+07:00</published><updated>2009-03-04T02:59:12.448+07:00</updated><title type='text'>พระสันตะปาปาย้ำคริสตชนทุกนิกายต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน</title><content type='html'>&lt;hr style="WIDTH: 99%; COLOR: #aec2dd; HEIGHT: 1px"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;img style="MARGIN: 0px 10px 5px 5px" src="http://farm3.static.flickr.com/2102/2201349831_8d537c181c.jpg?v=0" width="150" align="left" /&gt;&lt;/span&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;"โป๊ปผู้รักการไหว้" สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 ประมุขสูงสุดแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ทรงกล่าวย้ำอย่างหนักแน่นกับผู้แทนศาสนาคริสต์ทุกนิกาย จงช่วยกันแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันให้โลกได้ประจักษ์ เนื่องจากตอนนี้ โลกต้องการเห็นการเป็นพยานยืนยันถึงความเชื่ออันเป็นหนึ่งเดียวกันของกลุ่มคริสตชน&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;เมื่อเวลา 18.00 น.ของวันศุกร์ที่ 18 เมษายนที่ผ่านมา (05.00น.ของวันที่ 19 เม.ย.ตามเวลาในไทย) สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 ผู้รักการยกมือไหว้แทนคำขอบคุณ ได้เสด็จไปร่วมการภาวนาคริสตศาสนสัมพันธ์ซึ่งจัดขึ้นที่วัดนักบุญโจเซฟ นิวยอร์ก ท่ามกลางผู้แทนศาสนาคริสต์ นิกายต่างๆกว่า 250 คน โอกาสนี้ พระสันตะบิดรผู้ศักดิ์สิทธิ์ทรงกล่าวให้ข้อคิดผู้เข้าร่วม ถึงความสำคัญของความเป็นเอกภาพ รวมทั้งระบุปัญหาบางอย่างที่ทำให้คริสตชนต้องแตกแยกกัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;พระสันตะปาปาชาวเยอรมัน ทรงเริ่มต้นให้ข้อคิด ด้วยการยกจดหมายของนักบุญเปาโลถึงชาวเอเฟซัส มาเตือนใจว่า "นักบุญเปาโล ผู้ถูกจองจำเพราะพระเจ้า เรียกร้องคริสตชนกลุ่มต่างๆที่เอเฟซัสให้มีความเป็นหนึ่งเดียวกัน นักบุญเปาโลเขียนว่า ข้าพเจ้าวอนขอท่านทั้งหลาย จงดำเนินชีวิตสมกับการได้รับเรียก จงรักษาเอกภาพแห่งพระคริสตเจ้าด้วยสายสัมพันธ์แห่งสันติ จนกว่าเราทุกคนจะบรรลุถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันในความเชื่อ,ความรู้ถึงพระบุตรของพระเจ้า และเป็นผู้ใหญ่อย่างเต็มที่ตามมาตรฐานความสมบูรณ์ของพระคริสต์"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;จากนั้น พระสันตะปาปาผู้กล้า ทรงเอ่ยถึงปัญหาคริสตชนบางนิกาย ทำให้คำสอนและแนวทางปฏิบัติซึ่งสืบทอดจากสมัยอัครสาวกผิดเพี้ยนไป แม้พระองค์จะไม่ระบุว่าเป็นใคร แต่สื่อมวลชนคาดการณ์ว่า พระสันตะปาปาทรงหมายถึงกลุ่มที่อนุญาตให้สตรีบวชเป็นบาทหลวง พระองค์ตรัสว่า "พื้นฐานความเชื่อและแนวทางปฏิบัติศาสนกิจของคริสตชน บางครั้งเปลี่ยนแปลงไปโดยคริสตชนบางกลุ่ม การกระทำแบบนี้ เรียกว่า ปฏิบัติตนคล้ายประกาศก ที่ตีความพระคัมภีร์และประเพณีแบบผิดๆ สิ่งนี้ ถือเป็นการขัดคำสอนของอัครสาวก และยังทำให้คนที่ไม่ได้เป็นคริสตชนเกิดความเข้าใจผิด พวกเขาจะเข้าใจความหมายของพระวรสารด้วยความสับสน และแน่นอน มันทำให้เกิดความแตกแยกในกลุ่มคริสตชนด้วยเช่นกัน"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ประมุของค์ที่ 265 แห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ทรงนำถ้อยคำของ "ศาสนจารย์ พอล วัตสัน" ผู้ก่อตั้งการภาวนาเพื่อคริสตศาสนสัมพันธ์ มาตรัสปิดท้ายว่า "เราจะร่วมกันสวดภาวนาด้วยพระหรรษทานของพระเจ้า เพื่อที่ว่า เราจะได้รับความหวัง,ความเชื่อ,ความรักหนึ่งเดียวกัน ทั้งหมดนี้ จะช่วยให้โลกได้เชื่อว่า พระเยซูคริสต์คือพระบุตรของพระบิดา และเสด็จมาเพื่อไถ่บาปเราทุกคน"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6903761441513459169-4278427871925463999?l=popeinamerica2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/feeds/4278427871925463999/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/2009/03/blog-post_3486.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6903761441513459169/posts/default/4278427871925463999'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6903761441513459169/posts/default/4278427871925463999'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/2009/03/blog-post_3486.html' title='พระสันตะปาปาย้ำคริสตชนทุกนิกายต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน'/><author><name>AVE MARIA</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6903761441513459169.post-279314714104238011</id><published>2009-03-04T02:57:00.001+07:00</published><updated>2009-03-04T02:57:56.013+07:00</updated><title type='text'>พระสันตะปาปาเสด็จเยี่ยมโบสถ์และชุมชนชาวยิว</title><content type='html'>&lt;hr style="WIDTH: 99%; COLOR: #aec2dd; HEIGHT: 1px"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;img style="MARGIN: 0px 10px 5px 5px" src="http://farm3.static.flickr.com/2401/2423634926_afeec4f5b9.jpg?v=0" width="150" align="left" /&gt;&lt;/span&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ก่อนการเสด็จไปภาวนาคริสตศาสนสัมพันธ์ที่วัดนักบุญโจเซฟ "โป๊ปผู้รักการไหว้" สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 ประมุขสูงสุดแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ได้เสด็จเยือนโบสถ์พาร์คอีสต์ ซึ่งเป็นโบสถ์ของศาสนายิวในนครรัฐนิวยอร์ก เพื่อทรงทักทายและกระชับความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ศาสนา &lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;พระสันตะปาปาทรงกล่าวทักทายรับไบประจำโบสถ์ ด้วยคำศัพท์ฮีบรู "สันติสุข" (Shalom) ก่อนจะตรัสต่อไปว่า "นับเป็นความชื่นชมยินดีอย่างยิ่งที่ข้าพเจ้าได้มาเยือนที่นี่ ข้าพเจ้าขอร่วมแสดงความเคารพและให้เกียรติชุมชนชาวยิวในนิวยอร์ก จากใจจริง" &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;"ข้าพเจ้าตระหนักดีว่า ชุมชนชาวยิวได้มอบสิ่งมีค่าให้กับเมืองนี้ ข้าพเจ้าขอสนับสนุนท่านทุกคน เดินหน้าเชื่อมสัมพันธภาพกับชาวต่างชาติต่างศาสนา ด้วยความรู้สึกฉันท์พี่น้องที่พวกท่านมี ข้าพเจ้าขอเชิญชวนทุกคนที่อยู่ ณ ที่นี่ ได้นำคำทักทายและความปรารถนาดีของข้าพเจ้า ไปมอบให้กับสมาชิกชุมชนชาวยิวทุกคน ... ขอถวายพระพรแด่พระนามของพระเจ้า !!" พระสันตะปาปา ตรัสปิดท้าย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;หลังจากนั้น พระสันตะปาปาและรับไบ อาเธอร์ ชเนียร์ ผู้ดูแลโบสถ์พาร์คอีสต์ ได้แลกเปลี่ยนของที่ระลึกแก่กัน แล้วพระสันตะบิดรผู้ศักดิ์สิทธิ์ จึงประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จสู่วัดนักบุญโจเซฟ เพื่อร่วมภาวนาคริสตศาสนสัมพันธ์ต่อไป&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6903761441513459169-279314714104238011?l=popeinamerica2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/feeds/279314714104238011/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/2009/03/blog-post_952.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6903761441513459169/posts/default/279314714104238011'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6903761441513459169/posts/default/279314714104238011'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/2009/03/blog-post_952.html' title='พระสันตะปาปาเสด็จเยี่ยมโบสถ์และชุมชนชาวยิว'/><author><name>AVE MARIA</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6903761441513459169.post-8940982669094146340</id><published>2009-03-04T02:54:00.000+07:00</published><updated>2009-03-04T02:56:28.159+07:00</updated><title type='text'>โป๊ปย้ำพระเจ้าคือผู้ประทานสิทธิมนุษยชนดังนั้นไม่มีใครกีดกันได้</title><content type='html'>&lt;hr style="WIDTH: 99%; COLOR: #aec2dd; HEIGHT: 1px"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;img style="MARGIN: 0px 10px 5px 5px" src="http://farm4.static.flickr.com/3188/2423634898_a3c5f93a3a_m.jpg" width="150" align="left" /&gt;&lt;/span&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;"โป๊ปผู้รักการไหว้" สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 ประมุขสูงสุดแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ทรงเน้นย้ำคณะทูตประเทศต่างๆ ให้ร่วมกันเคารพสิทธิมนุษยชน เพราะนี่คือสิ่งที่พระเจ้าประทานให้ ดังนั้น ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีอำนาจมาจำกัดและกีดกันอย่างเด็ดขาด โดยพระองค์ตรัสเรื่องนี้ ระหว่างการเสด็จไปกล่าวสุนทรพจน์ ณ สำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ ซึ่งตั้งอยู่ที่นครนิวยอร์ก เมื่อช่วงเช้าวันศุกร์ที่ 18 เมษายนที่ผ่านมา (ตรงกับช่วงค่ำในประเทศไทย)&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;พระัสันตะปาปาทรงเริ่มต้นสุนทรพจน์ ด้วยการชื่นชมองค์กรสหประชาชาติที่ช่วยเหลืองานด้านมนุษยธรรมให้โลกมาโดยตลอด กระนั้น พระองค์ทรงเตือนสติสมาชิกทุกคนว่า ต้องกระจายอำนาจตัดสินใจให้ทั่วถึง อย่าปล่อยให้อำนาจเด็ดขาดไปตกอยู่กับชาติมหาอำนาจเพียงผู้เดียว "การลงมติมหาชนแบบหลากเชื้อชาติ มีความเสี่ยงเหมือนกัน เพราะถ้าอำนาจเด็ดขาดการตัดสินใจตกอยู่ในผู้มีอำนาจแล้วล่ะก็ การแก้ปัญหาต่างๆให้กับโลกก็จะไม่ประสบผลสำเร็จ ปัญหาต่างๆที่โลกกำลัีงประสบ ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจจากหลากฝ่ายในการแก้ไขปัญหา ไม่ใช่ให้ใครคนใดคนหนึ่งแก้ไขเท่านั้น" &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;แม้พระสันตะปาปาจะไม่ระบุแบบเจาะจงว่า ชาติที่กุมอำนาจคือใคร กระนั้น เป็นที่ทราบกันดีว่า พระองค์ทรงหมายถึงสหรัฐอเมริกา เนื่องจาก ค.ศ.2003 สหรัฐอเมริกาได้ส่งกองกำลังทางทหารเข้าไปในอิรัก โดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากองค์การสหประชาชาติ ขณะที่สภาความมั่นคงก็ปฏิเสธที่จะตรวจสอบการกระทำของอเมริกา เนื่องจากเสียงส่วนใหญ่ในสภาฯ เป็นชาวอเมริกันนั่นเอง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;พระสันตะปาปาจึงเสนอแนะแนวทางแก้ไขความรุนแรงที่เกิดขึ้นทั่วโลก พระองค์ระบุว่า การใช้กำลังทหารไม่ใช่ทางออก คำตอบที่ถูกต้องคือการเจรจาทางการทูตเท่านั้น "ข้าพเจ้าขอเรียกร้องให้แก้ปัญหาความรุนแรงและความขัดแย้ง ด้วยการเสาะหาความไปได้ในการเจรจาทางการทูต ข้าพเจ้าขอร้องพวกท่าน โปรดให้ความสนใจอย่างจริงจังและสนับสนุนการเจรจาซึ่งเป็นเครื่องหมายแห่งความชื่นชมยินดี เช่นเดียวกับสนับสนุนความปรารถนาที่จะคืนดีและให้อภัยกันด้วย"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;จากนั้น พระสันตะปาปาองค์ที่ 3 ในประวัติศาสตร์พระศาสนจักรโรมันคาทอลิก(ต่อจากพระสันตะปาปา เปาโล ที่ 6 และพระสันตะปาปา จอห์น พอล ที่ 2) ที่เสด็จมากล่าวสุนทรพจน์ ณ แท่นหินอ่อนสีเขียวขององค์การสหประชาชาติ ทรงระบุถึงปัญหาสิทธิมนุษยชน พระองค์ตรัสว่า "มนุษย์ทุกคนมีความเท่าเทียมกันทั้งในเรื่องสิทธิขั้นพื้นฐานทางชีวิต,เสรีภาพ,อิสรภาพในการเรียนรู้และอิสรภาพในการประกอบศาสนกิจต่างๆ สิทธิมนุษยชนเหล่านี้ เป็นสิ่งที่ทุกคนพึงมี นี่คือบ่อเกิดแห่งความดีงามของมนุษย์ซึ่งเราได้รับมาในฐานะสิ่งสร้างของพระเจ้า สิทธิเหล่านี้ ตั้งอยู่บนกฏเกณฑ์ทางธรรมชาติที่ถูกเขียนขึ้นด้วยหัวใจแห่งความเป็นมนุษย์ สิทธิมนุษยชนทั้งหมดนี้ดำรงอยู่ในวัฒนธรรมและอารายธรรมที่แตกต่างกันไป"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;"ความพยายามที่จะกีดกันสิทธิมนุษยชนซึ่งเป็นสิ่งที่พระเจ้าประทานให้กับมนุษย์ จัดเป็นภัยอันตรายอย่างใหญ่หลวง ใครก็ตามที่กระทำการเช่นนี้ สมควรจะสำนึกว่า พวกเขาไม่ใช่พระผู้สร้างสรรพสิ่ง ดังนั้น พวกเขาไม่มีสิทธิมาจำกัดและกีดกันสิทธิมนุษยชน"&lt;/span&gt; พระสันตะปาปาผู้รักการยกมือไหว้ ตรัสอย่างหนักแน่น &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;พระสันตะปาปาชาวเยอรมัน ทรงปิดท้ายด้วยการตรัสถึงเสรีภาพในการนับถือศาสนา พระองค์เน้นย้ำว่า ศาสนาไม่ใช่เครื่องมือสร้างความรุนแรง แต่มีหน้าที่สอนให้มนุษย์ยอมรับความจริงและเคารพกันและกัน "เสรีภาพในการนับถือศาสนาก็เป็นสิทธิมนุษยชนเช่นเดียวกัน เมื่อใครก็ตามที่พยายามแสวงหาสัจธรรมความจริงให้กับชีวิต ศาสนานี่แหละที่จะช่วยเขาให้ตระหนักถึงสิทธิมนุษยชนตรงนี้ และก้าวออกไปพบกับคำตอบที่กำลังตามหาได้ บทบาทของศาสนาคือนำเสนอมุมมองทางความเชื่อในองค์พระเจ้า ไม่ใช่ใช้ในการสร้างความรุนแรง,ความแตกแยก,ความขัดแย้ง ศาสนามีหน้าที่สอนให้มนุษย์รู้จักเคารพสัจธรรมความจริง,เคารพการอาศัยอยู่ร่วมกัน รวมทั้งเคารพสิทธิของแต่ละคน รวมไปถึงทำให้เกิดการให้อภัยและคืนดีกัน" &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;หลังจากการตรัสสุนทรพจน์เสร็จสิ้นลง บรรดาทูตและผู้รับฟังการกล่าวสุนทรพจน์ของพระสันตะปาปา ต่างพร้อมใจกันลุกขึ้นปรบมือเป็นเกียรติแก่พระองค์เป็นเวลายาวนาน (Standing Ovation) จากนั้น พระสันตะปาปาได้เสด็จไปสนทนากับ ปัน กี-มุน เป็นการส่วนพระองค์ ตามด้วยการเสด็จไปทักทายบรรดาเด็กนักเรียนที่มาเล่นดนตรีถวาย ก่อนจะเสด็จกลับไปเสวยพระกายาหารเที่ยงที่บ้านพักสมณทูตประจำองค์การสหประชาชาติ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;hr style="WIDTH: 99%; COLOR: #aec2dd; HEIGHT: 1px"&gt;&lt;br /&gt; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;u&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;font-size:180%;color:#0000ff;"&gt;Pope  Benedict  XVI  addresses  at  UN  Headquarters&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/u&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;img src="http://farm3.static.flickr.com/2038/2423560986_3879011043_o.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;img src="http://farm4.static.flickr.com/3200/2423561124_64458d628a_o.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:130%;color:#0000ff;"&gt;ภาพ : AP, AFP, L'Osservatore Romano, Reuters&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt; &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt; &lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6903761441513459169-8940982669094146340?l=popeinamerica2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/feeds/8940982669094146340/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/2009/03/blog-post_2415.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6903761441513459169/posts/default/8940982669094146340'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6903761441513459169/posts/default/8940982669094146340'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/2009/03/blog-post_2415.html' title='โป๊ปย้ำพระเจ้าคือผู้ประทานสิทธิมนุษยชนดังนั้นไม่มีใครกีดกันได้'/><author><name>AVE MARIA</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://farm4.static.flickr.com/3188/2423634898_a3c5f93a3a_t.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6903761441513459169.post-7751928051125552263</id><published>2009-03-04T02:52:00.000+07:00</published><updated>2009-03-04T02:53:08.787+07:00</updated><title type='text'>โป๊ปเรียกร้องเสรีภาพการนับถือศาสนาระหว่างเสวนาศาสนสัมพันธ์</title><content type='html'>&lt;hr style="WIDTH: 99%; COLOR: #aec2dd; HEIGHT: 1px"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;img style="MARGIN: 0px 10px 5px 5px" src="http://farm3.static.flickr.com/2308/2220526404_ae442c3ba5.jpg?v=0" width="150" align="left" /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;strong&gt;เมื่อเวลา 18.30 น.ของวันพฤหัสบดีที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา ตามเวลาวอชิงตัน ดี.ซี. (06.30น.ของวันที่ 18 เม.ย.ตามเวลาในไทย) สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 ประมุขสูงสุดแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ทรงประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จสู่ศูนย์วัฒนธรรมสมเด็จพระสันตะปาปา จอห์น พอล ที่ 2 เพื่อพบปะเสวนาศาสนสัมพันธ์กับผู้แทนศาสนาต่างๆกว่า 200 ท่าน&lt;/strong&gt; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ใจความสำคัญของการพบปะครั้งนี้ พระสันตะบิดรผู้ศักดิ์สิทธิ์ทรงชื่นชมขนบธรรมเนียมประเพณีอเมริกันที่มอบเสรีภาพในการนับถือศาสนาแก่พลเมือง เช่นเดียวกับที่ชาวอเมริกันให้ศาสนามีบทบาทในการดำเนินชีวิต นอกจากนี้ พระองค์ยังเรียกร้องให้ทุกประเทศทั่วโลก มอบเสรีภาพในการนับถือศาสนาให้กับประชากรของตน พร้อมกับสนับสนุนมนุษย์ทุกชาติหันหน้าเสวนาศาสนสัมพันธ์ เพื่อความเข้าใจอันดีงามระหว่างความเชื่อที่แตกต่างกันไป &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;พระสันตะปาปา เริ่มต้นตรัสว่า "สหรัฐอเมริกามีประวัติศาสตร์อันยาวนานในการให้ความร่วมมือระหว่างความเชื่อทางศาสนา ตัวอย่างที่เราพบก็คือการสวดภาวนาร่วมกันของกลุ่มคนทุกศาสนาในวันขอบคุณพระเจ้า (Thanksgiving) ศาสนกิจดังกล่าวได้หลอมรวมให้พลเมืองทุกคนที่มีความเชื่อทางศาสนาต่างกัน ได้เดินไปด้วยกัน เพื่อที่ว่าจะได้เกิดความเข้าใจอันดีงามและให้การเคารพซึ่งกันและกัน ดังนั้น ข้าพเจ้าขอสนับสนุนศาสนาทุกศาสนาในสหรัฐอเมริกาได้ธำรงรักษาความร่วมมือนี้ไว้ เพื่อให้ชีวิตชุมชนอุดมสมบูรณ์ด้วยคุณค่าทางจิตใจอันจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้กับโลก"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;จากนั้น ประมุขผู้กล้าแห่งพระศาสนจักรคาทอลิก ทรงระบุถึงเสรีภาพในการนับถือศาสนา พระองค์ชี้ว่า เสรีภาพในการนับถือศาสนาต้องไม่ถูกคุ้มครองแค่ทางทฤษฏี แต่ในทางปฏิบัติ เราต้องรณรงค์ให้เกิดเรื่องนี้ด้วย "เสรีภาพในการนับถือศาสนา ต้องไม่ถูกคุ้มครองแค่ทางกฏหมายเท่านั้น ในทางปฏิบัติ คนกลุ่มน้อยในสังคมของประเทศต่างๆ ต้องได้รับการคุ้มครองด้วยเช่นกัน เราต้องป้องกันไม่ให้มีการเบียดเบียนศาสนาหรือสร้างอคติให้คนเกลียดชังผู้ที่นับถือศาสนาต่างจากเรา การปกป้องเสรีภาพในการนับถือศาสนา เรียกร้องให้สมาชิกทุกคนในสังคม ช่วยกันเสริมสร้างความมั่นใจว่า ประชากรทุกคนสามารถประกอบศาสนกิจได้อย่างสงบสุขและสามารถมอบมรดกอันล้ำค่าทางศาสนาให้กับลูกหลานของตน"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;พระสันตะปาปา ผู้ทรงพระชนมายุ 81 ชันษา ทรงกล่าวต่อถึงการเสวนาศาสนสัมพันธ์ ด้วยการระบุว่า การเสวนาจะช่วยเพิ่มคุณค่าให้ทั้งตัวผู้เสวนาและสรรสร้างสิ่งดีให้กับสังคม "การเสวนาศาสนสัมพันธ์จะนำมาซึ่งความเคารพให้เกียรติกัน ทั้งในเรื่องคุณค่าจริยธรรม,ความเข้าใจเหตุผลตามประสามนุษย์ ทั้งหมดจะได้รับการเคารพจากมนุษย์ทุกคนที่มีไมตรีจิตอันดีงาม"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;พระสันตะบิดรผู้ศักดิ์สิทธิ์ ยังได้ตรัสถึงความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงซึ่งผู้นำทุกศาสนาควรกระทำ นั่นคือ การเน้นย้ำให้ศาสนิกชน เห็นคุณค่าความศักดิ์สิทธิ์ที่มีอยู่ในตัวของแต่ละคน "ผู้นำทางศาสนาควรจะกระตุ้นสังคมให้รับรู้พื้นฐานและเคารพชีวิตมนุษย์ รวมทั้งเสรีภาพที่ควรจะได้รับ นอกจากนี้ ยังต้องสร้างความมั่นใจว่า ความศักดิ์สิทธิ์ในตัวมนุษย์ทุกคน จะได้รับการตระหนักคุณค่าและปกป้องให้ถึงที่สุด เช่นเดียวกับการส่งเสริมสันติภาพ,ความยุติธรรมให้เกิดกับสังคม รวมไปถึงการสอนเด็กๆให้รู้ว่า สิ่งใดถูกต้อง สิ่งใดดีงาม สิ่งใดที่เป็นเหตุเป็นผล"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;พระสันตะปาปาสุดยอดนักเทวศสตร์ ทรงอธิบายต่อไปว่า จุดประสงค์ของการเสวนาศาสนสัมพันธ์ไม่ได้มีแค่ประเด็นเสรีภาพในการนับถือศาสนาและการให้ความรู้แบบถูกต้องเท่านั้น แต่มีอีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือ "จุดประสงค์แบบกว้างของการเสวนาศาสนสัมพันธ์ก็คือการค้นหาสัจธรรมความจริง" &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;"สัจธรรมความจริงที่ข้าพเจ้าหมายถึง ก็คือ คำถามที่ว่า อะไรคือจุดกำเนิดและจุดหมายปลายทางของมนุษย์ชาติ อะไรคือความดีและความชั่ว อะไรที่รอเราอยู่ เมื่อถึงวันที่ลาจากโลกนี้ไป"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;"ถ้าเป็นคริสตชน เราจะตอบคำถามนี้ว่า จุดกำเนิดและจุดหมายปลายทางของมนุษย์ชาติคือพระเยซู ชาวนาซาเร็ธ พวกเราคริสตชนเชื่อว่า พระองค์คือพระวจนะของพระเจ้า (Logos) ที่ได้ลงมารับเอากายบังเกิดเป็นมนุษย์ พระองค์มาเพื่อให้พระเจ้ากับมนุษย์ได้กลับคืนดีกัน พระองค์ยังเป็นบ่อเกิดสำหรับสรรพสิ่งทั้งมวล ฉะนั้น พระเยซูจึงเป็นเหตุและผลที่คริสตชนนำมาเป็นประเด็นในการเสวนาศาสนสัมพันธ์ ความปราถนาอย่างร้อนรนในการติดตามพระองค์ ได้ทำให้คริสตชนเปิดใจเข้าสู่การเสวนาศาสนสัมพันธ์"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;พระสันตะปาปาทรงเสนอแนะปิดท้ายว่า การเสวนาศาสนสัมพันธ์ให้เกิดผลสูงสุด เราต้องกำจัดความรู้สึกแปลกแยกออกจากใจให้หมด และเมื่อนั้น เราจะเข้าถึงความรู้สึกที่แท้จริง "เราต้องหลีกเลี่ยงการสนทนาเรื่องความแตกต่าง เราต้องเสวนาด้วยหัวใจดวงเดียวกันและใช้ความรู้สึกร่วมกัน เพื่อที่ว่า เราจะได้พบสันติสุข นอกจากนี้ เรายังต้องรับฟังเสียงแห่งความจริงด้วยความตั้งใจด้วย"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;หลังจากพระสันตะปาปาตรัสจบลง พระองค์ทรงทักทายกับผู้นำศาสนาต่างๆ จากนั้น ทรงสนทนากับผู้แทนศาสนายิวเป็นการส่วนพระองค์ สำหรับใจความสำคัญ พระสันตะปาปาทรงกล่าวว่า "มรดกทางความเชื่อของศาสนาคริสต์และศาสนายิวมีพื้นฐานเดียวกัน" นอกจากนี้ พระองค์ทรงคาดหวังว่า ความสัมพันธ์ระหว่างศาสนาคริสต์และศาสนายิวจะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น นับตั้งแต่สภาสังคยานาวาติกัน ครั้งที่ 2 &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;อนึ่ง การเสวนาศาสนสัมพันธ์คือพันธกิจการอภิบาลสุดท้ายที่พระสันตะปาปาจะปฏิบัติที่วอชิงตัน ดี.ซี. โดยวันรุ่งขึ้น (18 เมษายน) พระองค์จะประทับเครื่องบินพระที่นั่งเสด็จไปยังนครนิวยอร์ก เพื่ออภิบาลสัตบุรุษที่นั่นต่อไป &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6903761441513459169-7751928051125552263?l=popeinamerica2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/feeds/7751928051125552263/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/2009/03/blog-post_3507.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6903761441513459169/posts/default/7751928051125552263'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6903761441513459169/posts/default/7751928051125552263'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/2009/03/blog-post_3507.html' title='โป๊ปเรียกร้องเสรีภาพการนับถือศาสนาระหว่างเสวนาศาสนสัมพันธ์'/><author><name>AVE MARIA</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6903761441513459169.post-702199142876699811</id><published>2009-03-04T02:49:00.000+07:00</published><updated>2009-03-04T02:50:35.859+07:00</updated><title type='text'>โป๊ปบอกถ้าร.ร.คาทอลิกไม่สอนคำสอนที่นั่นก็ไม่ใช่ร.ร.คาทอลิก</title><content type='html'>&lt;hr style="WIDTH: 99%; COLOR: #aec2dd; HEIGHT: 1px"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;img style="MARGIN: 0px 10px 5px 5px" src="http://farm3.static.flickr.com/2035/2420597346_787ca52668.jpg?v=0" width="150" align="left" /&gt;&lt;/span&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 ประมุขสูงสุดแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ทรงเน้นย้ำบรรดาผู้บริหารและครูอาจารย์ประจำสถาบันการศึกษาคาทอลิก ให้รู้จักนำเรื่องราวของพระเยซูผู้เป็นองค์ความจริงไปถ่ายทอดให้กับนักเรียนนักศึกษา พร้อมกันนี้ ทรงเตือนสติว่า หากสถาบันไหน มองข้ามคำสอนของพระเยซู สถาบันนั้น ก็สูญเสียเอกลักษณ์ความเป็นคาทอลิกไปแล้ว&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;เมื่อเวลา 17.00 น.ของวันพฤหัสบดีที่ 17 เมษายน ตามเวลาวอชิงตัน ดี.ซี. (ตรงกับ 04.00 น.ของเช้ามืดวันศุกร์ที่ 18 เมษายน ตามเวลาในไทย) สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 ทรงประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จมายังมหาวิทยาลัยคาทอลิกแห่งอเมริกา เพื่อพบปะและกล่าวให้โอวาทผู้บริหารสถานศึกษาคาทอลิกทุกแห่งในสหรัฐอเมริกา โดยใจความสำคัญของโอวาทสอนใจที่พระสันตะบิดรผู้ศักดิ์สิทธิ์ทรงมอบให้ พระองค์ย้ำว่า สถาบันการศึกษาคาทอลิกไม่ควรมุ่งเน้นให้ความรู้แก่เด็กเพียงอย่างเดียว แต่ควรนำความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับหลักความเชื่อคาทอลิกไปมอบให้ผู้เรียนด้วย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;พระสันตะปาปา ตรัสว่า "สิ่งสำคัญอันดับแรกและยังเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของสถาบันการศึกษาคาทอลิกทุกแห่งก็คือการเป็นสถานที่ให้ทุกคนได้พบกับพระเจ้าผู้ทรงชีวิตซึ่งก็คือพระเยซูคริสต์ ผู้ทรงเผยแสดงพระองค์เอง ผ่านทางความรักและสัจธรรมความจริง" &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;"เอกลักษณ์ของมหาวิทยาลัยหรือโรงเรียนที่เป็นคาทอลิกไม่ได้อยู่ที่จำนวนนักเรียนนักศึกษาคาทอลิก แต่มันอยู่ที่ เราได้มอบตัวเอง,มอบสติปัญญา,มอบหัวใจให้กับพระเจ้าหรือยัง เราได้ยอมรับสัจธรรมความจริงที่พระคริสตเจ้าได้เผยแสดงหรือยัง ความเชื่อในองค์พระเจ้าสามารถสัมผัสได้ในมหาวิทยาลัยหรือโรงเรียนของเรา(คาทอลิก)หรือยัง สถานศึกษาได้มอบความรักและความอบอุ่นผ่านทางพิธีกรรม,ศีลศักดิ์สิทธิ์,การสวดภาวนา,การช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์,การสรรสร้างความยุติธรรมและให้ความเคารพกับสิ่งสร้างของพระเจ้าหรือยัง สิ่งเหล่านี้คือหนทางเดียวที่เราจะเป็นพยานยืนยันอย่างแท้จริง นี่คือความหมายที่เราจะบอกให้โลกรู้ว่า เราคือใครและเรายืนหยัดเพื่อใคร" พระสันตะปาปา ตรัสย้ำอย่างหนักแน่น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;"หน้าที่และความรับผิดชอบของครูอาจารย์ที่เป็นคาทอลิกก็คือ พวกท่านต้องกระตุ้นเยาวชนให้ปรารถนาและมีความกล้าจะปฏิบัติตามความเชื่อ ที่พ่อพูดมาทั้งหมด มันชัดเจนอยู่แล้วว่า เอกลักษณ์ความเป็นคาทอลิก ไม่ได้ขึ้นกับตัวเลขทางสถิติ ไม่ได้ขึ้นกับหลักสูตรการสอนคำสอนแบบเคร่งครัด เอกลักษณ์ของโรงเรียนและมหาวิทยาลัยที่เป็นคาทอลิกต้องเรียกร้องและสร้างแรงบันดาลใจให้มากกว่านั้น กล่าวคือ ทุกกระบวนการเรียนรู้ในชั้นเรียน ต้องสะท้อนให้ผู้เรียนเข้าถึงชีวิตที่เปี่ยมด้วยความเชื่อในพระเจ้า นี่แหละ ถึงจะเรียกว่า โรงเรียน(มหาวิทยาลัย)คาทอลิกที่แท้จริง" &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;"ผู้บริหารและครูอาจารย์มีหน้าที่มอบการเรียนรู้หลักคำสอนคาทอลิกให้กับนักเรียนนักศึกษา รวมทั้งแนะแนวให้พวกเขานำไปปฏิบัติ สถานศึกษาแห่งไหนที่ไม่ทำเช่นนี้ เอกลักษณ์ความเป็นมหาวิทยาลัยหรือโรงเรียนคาทอลิกของที่นั่น ก็จะอ่อนแอลงไปและจะเกิดความสับสนทางศีลธรรม,สติปัญญาและจิตวิญญาณภายในสถานศึกษาอย่างแน่นอน" พระสันตะปาปา ตรัสปิดท้าย &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6903761441513459169-702199142876699811?l=popeinamerica2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/feeds/702199142876699811/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/2009/03/blog-post_3143.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6903761441513459169/posts/default/702199142876699811'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6903761441513459169/posts/default/702199142876699811'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/2009/03/blog-post_3143.html' title='โป๊ปบอกถ้าร.ร.คาทอลิกไม่สอนคำสอนที่นั่นก็ไม่ใช่ร.ร.คาทอลิก'/><author><name>AVE MARIA</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6903761441513459169.post-3223172624839949309</id><published>2009-03-04T02:48:00.001+07:00</published><updated>2009-03-04T02:48:53.458+07:00</updated><title type='text'>พระสันตะปาปาพบผู้เสียหายจากคดีบาทหลวงล่วงละเมิดทางเพศ</title><content type='html'>&lt;hr style="WIDTH: 99%; COLOR: #aec2dd; HEIGHT: 1px"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;img style="MARGIN: 0px 10px 5px 5px" src="http://farm3.static.flickr.com/2116/2420730501_abbb580a25.jpg?v=0" width="150" align="left" /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;strong&gt;สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 ประมุขผู้กล้าหาญแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ทรงเชิญผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อบาทหลวงล่วงละเมิดทางเพศให้มาพบปะพระองค์ โดยการพบปะครั้งนี้ มีขึ้นเมื่อช่วงเที่ยงวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ณ บ้านพักเอกอัครสัมณฑูตวาติกันประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.&lt;/strong&gt; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;พระสันตะปาปาทรงอนุญาตให้ผู้เสียหาย 5 คนที่ถูกบาทหลวงกระทำชำเราทางเพศ ได้เข้าเฝ้าหลังการเสวยพระกายาหารเที่ยงเสร็จสิ้นลง การเข้าเฝ้าในครั้งนี้ สันตะสำนักปิดเป็นความลับไม่มีการแจ้งตารางให้ทราบล่วงหน้า ก่อนจะมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวตอนหลังว่า พระสันตะปาปาทรงพบปะผู้เคราะห์ร้ายเหล่านี้จริงๆ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;บาทหลวงเฟเดริโก้ ลอมบาร์ดี้ ผู้อำนวยการสื่อมวลชนวาติกัน พร้อมกับ พระคาร์ดินัล ฌอน โอมัลลี่ย์ ประมุขอัครสังฆมณฑลบอสตัน หนึ่งในสังฆมณฑลที่ถูกฟ้องล้มละลายจากคดีบาทหลวงล่วงละเมิดทางเพศ ได้ร่วมกันออกมาเป็นตัวแทนพระสันตะปาปา ในการแถลงข่าวพระสันตะบิดรผู้ศักดิ์สิทธิ์ทรงพบปะกับเหยื่อบาทหลวงล่วงละเมิดทางเพศ โดยทั้งสองกล่าวว่า "การเข้าเฝ้ามีขึ้นที่วัดน้อยภายในบ้านสมณทูต พระสันตะปาปาทรงสนทนากับผู้เคราะห์ร้ายทั้ง 5 คนแบบส่วนพระองค์ พระสันตะปาปาทรงให้กำลังใจพวกเขากล้าดำเนินชีวิตต่อไปอย่างมีความหวังในพระเจ้า"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;"พระสันตะปาปายังได้ตรัสกับทุกคนว่า พระองค์จะสวดภาวนาเพื่อพวกเขาและครอบครัว รวมทั้งเหยื่อบาทหลวงล่วงละเมิดทางเพศทุกคน การเข้าเฝ้าในครั้งนี้ ใช้เวลาทั้งสิ้น 25 นาที แน่นอนว่า ผู้เสียหายเหล่านี้ ได้ร้องไห้เพื่อระบายความทุกข์และความอัดอั้นในใจให้พระสันตะปาปาได้รับทราบ"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6903761441513459169-3223172624839949309?l=popeinamerica2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/feeds/3223172624839949309/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/2009/03/blog-post_8591.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6903761441513459169/posts/default/3223172624839949309'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6903761441513459169/posts/default/3223172624839949309'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/2009/03/blog-post_8591.html' title='พระสันตะปาปาพบผู้เสียหายจากคดีบาทหลวงล่วงละเมิดทางเพศ'/><author><name>AVE MARIA</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6903761441513459169.post-7399377605834008850</id><published>2009-03-04T02:44:00.001+07:00</published><updated>2009-03-04T02:46:34.559+07:00</updated><title type='text'>โป๊ปขอร้องคริสตังอเมริกันเป็นพยานยืนยันถึงพระวรสาร</title><content type='html'>&lt;hr style="WIDTH: 99%; COLOR: #aec2dd; HEIGHT: 1px"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;img style="MARGIN: 0px 10px 5px 5px" src="http://farm3.static.flickr.com/2371/2420730535_a803d2d2f9.jpg?v=0" width="150" align="left" /&gt;&lt;/span&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 ประมุขสูงสุดแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ทรงเรียกร้องให้คริสตังอเมริกันดำเนินชีวิตเฉกเช่นพยานยืนยันถึงพระวรสาร พระองค์ทรงชี้ว่า ตอนนี้ พระศาสนจักรอเมริกากำลังเดินทางมาถึงทางแยกและจำเป็นต้องใช้โอกาสนี้ พิสูจน์ให้ผู้ที่ไม่เชื่อพระเจ้าได้กลับใจมาหาพระองค์ &lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;เมื่อช่วงเช้าวันพฤหัสบดีที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น (21.00 น.ของเมืองไทย) สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 ทรงเป็นประธานพิธีมิสซาซึ่งจัดขึ้นที่สนามเบสบอลเนชั่นแนลส์ พาร์ค กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ท่ามกลางสัตบุรุษที่มาร่วมพิธีกว่า 48,000 คน มิสซานี้ เป็นพิธีกรรมแรกที่พระสันตะปาปาได้พบปะกับสัตบุรุษตลอดระยะเวลา 6 วันแห่งพันธกิจการเสด็จอภิบาลคริสตังอเมริกัน &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;สำหรับบทเทศน์ประจำมิสซา ประมุของค์ที่ 265 แห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ทรงเริ่มต้นด้วยการอธิบายวัตถุประสงค์การเดินทางมาสหรัฐอเมริกาให้สัตบุรุษฟังอีกครั้ง พระองค์ตรัสว่า "พ่อมาที่นี่เพื่อปฏิบัติสิ่งที่อัครสาวกเรียกร้องให้เราได้กระทำตาม นั่นคือ มาเรียกร้องการกลับใจหาพระเจ้า,มาเพื่อให้อภัยบาปผิดทั้งมวลและมาเพื่อวิงวอนขอพระเจ้า โปรดประทานพระจิตลงมายังพระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศนี้"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;พระสันตะปาปา ผู้ทรงพระชนมายุ 81 ชันษา ทรงกล่าวถึงเหตุการณ์วันที่พระจิตเสด็จลงมาเหนืออัครสาวกและบันดาลให้พวกเขากล้าออกไปเป็นพยานยืนยันถึงพระเยซูคริสต์ พระสันตะบิดรผู้ศักดิ์สิทธิ์จึงเปรียบว่า คริสตังอเมริกันก็ต้องเป็นพยานยืนยันแบบอัครสาวกเช่นกัน "โลกต้องการพยานยืนยันแบบเดียวกับอัครสาวก มีใครบ้างที่ยังไม่ยอมรับว่า สถานการณ์ตอนนี้มาถึงทางแยก ไม่ใช่แค่ทางแยกสำหรับพระศาสนจักรอเมริกาเท่านั้น แต่ยังเป็นทางแยกสำหรับสังคมทั่วโลกด้วย ดังนั้น เราต้องใช้โอกาสนี้ พิสูจน์ให้ผู้ที่ไม่เชื่อพระเจ้าได้กลับใจมาหาพระองค์ " &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;จากนั้น พระสันตะปาปาทรงกล่าวปัญหาบาทหลวงละเมิดสิทธิทางเพศในสหรัฐอเมริกา พระองค์ยอมรับว่า เจ็บปวดถึงขั้นหาคำมาบรรยายไม่ถูกเลย "ไม่มีคำบรรยายใดๆที่จะสามารถอธิบายความเจ็บปวดของพ่อ รวมทั้งความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสที่เกิดจากคดีล่วงละเมิดทางเพศ มันสำคัญมากๆสำหรับบรรดาผู้เคราะห์ร้ายทุกคนที่จะต้องได้รับการอภิบาลเอาใจใส่ด้วยความรัก เช่นเดียวกัน พ่อไม่รู้จะหาคำมาอธิบายความสูญเสียที่เกิดกับกลุ่มคริสตชนภายใต้พระศาสนจักรคาทอลิกอเมริกาได้อย่างไร"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ปัญหาบาทหลวงล่วงละเมิดทางเพศทำให้ชาวอเมริกันเสื่อมศรัทธาต่อพระศาสนจักรโรมันคาทอลิกเป็นอย่างมาก บางคนผิดหวังอย่างหนักถึงขั้นเลิกนับถือศาสนา โดยให้เหตุผลว่า เสื่อมศรัทธาในศาสนบริกรของพระองค์ แต่กระนั้น พระสันตะปาปาผู้มีนิสัยตรงไปตรงมา ทรงกล่าวขอร้องสัตบุรุษอย่าสูญเสียศรัทธาในสงฆ์ของพระคริสต์ "พ่อขอร้องทุกคนให้รักบรรดาพระสงฆ์ ขอให้ทุกคนมั่นใจในตัวพวกท่านเหล่านั้น รวมทั้งมั่นใจในงานอภิบาลอันดีงามที่พวกท่านจะกระทำ" &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ในตอนท้าย พระสันตะปาปาสุดยอดนักเทวศาสตร์ ทรงกระตุ้นคริสตังอเมริกัน ได้นำความหวังไปมอบให้กับสังคมและนำความจริงแห่งพระวรสารไปมอบแก่โลกมนุษย์ พระองค์ตรัสว่า "การเป็นบุรุษแห่งความหวัง สามารถทำได้โดยการนำแสงสว่างและสัจธรรมความจริงแห่งพระวรสารไปมอบให้สังคมอเมริกัน เพื่อที่ว่า เราจะได้สรรสร้างโลกที่เปี่ยมด้วยความยุติธรรมและอิสรภาพให้กับคนรุ่นต่อๆไป"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;hr style="WIDTH: 99%; COLOR: #aec2dd; HEIGHT: 1px"&gt;&lt;br /&gt; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;font-size:180%;color:#0000ff;"&gt;CHRIST  OUR  HOPE  at  Nationals  Park  Stadium&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;&lt;span style="font-family:verdana;font-size:180%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt; &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt; &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;img height="400" alt="" src="http://farm4.static.flickr.com/3133/2422193971_f4677b76d3.jpg?v=0" width="500" /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;br /&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;img height="400" alt="" src="http://farm3.static.flickr.com/2095/2422193909_35ff4731e5.jpg?v=0" width="500" /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;img src="http://farm4.static.flickr.com/3054/2420712579_b6f28c4edb_o.jpg" /&gt; &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;img src="http://farm4.static.flickr.com/3108/2420712477_bf804b3b05_o.jpg" /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;img height="400" alt="" src="http://farm3.static.flickr.com/2190/2423008242_bb765b5a27.jpg?v=0" width="500" /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;br /&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;img height="400" alt="" src="http://farm4.static.flickr.com/3179/2422194003_198d0c2872.jpg?v=0" width="500" /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:130%;color:#0000ff;"&gt;ภาพ : AP, AFP, Reuters&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:verdana;font-size:100%;color:#0000ff;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt; &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6903761441513459169-7399377605834008850?l=popeinamerica2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/feeds/7399377605834008850/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/2009/03/blog-post_1968.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6903761441513459169/posts/default/7399377605834008850'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6903761441513459169/posts/default/7399377605834008850'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/2009/03/blog-post_1968.html' title='โป๊ปขอร้องคริสตังอเมริกันเป็นพยานยืนยันถึงพระวรสาร'/><author><name>AVE MARIA</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6903761441513459169.post-7283092478187059083</id><published>2009-03-04T02:40:00.001+07:00</published><updated>2009-03-04T02:43:28.391+07:00</updated><title type='text'>โป๊ปย้ำต้องกำจัดบาทหลวงละเมิดสิทธิทางเพศให้หมดไป</title><content type='html'>&lt;hr style="WIDTH: 99%; HEIGHT: 1pxcolor:#aec2dd;" &gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;strong&gt;สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 ประมุขสูงสุดแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ทรงย้ำกับบรรดาพระสังฆราชคาทอลิกอเมริกันทุกองค์ให้ช่วยกันกำจัดบาทหลวงละเมิดสิทธิทางเพศให้หมดไปจากพระศาสนจักรคาทอลิกอเมริกา โดยพระองค์ตรัสเรื่องนี้ เมื่อช่วงเย็นวันพุธที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา ตามเวลาวอชิงตัน ดี.ซี. (เช้ามืดวันที่ 17 เมษายน ตามเวลาในไทย)&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พันธกิจการอภิบาลคริสตังอเมริกันช่วงบ่ายวันที่สองในสหรัฐอเมริกาของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 คือการเสด็จไปเป็นประธานในการสวดทำวัตรเย็นและร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการซึ่งบรรดาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งสหรัฐอเมริกาได้จัดถวาย พิธีดังกล่าวมีขึ้น ณ มหาวิหารแม่พระผู้ปฏิสนธินิรมล วอชิงตัน ดี.ซี. ท่ามกลางพระสังฆราชกว่า 350 องค์และสัตบุรุษที่มารอรับเสด็จอีกหลายหมื่นคน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากที่การสวดทำวัตรเย็นเสร็จสิ้นลง พระคาร์ดินัล ฟรานซิส จอร์จ ประมุขอัครสังฆมณฑลชิคาโก้และยังเป็นประธานสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งสหรัฐอเมริกา ได้ขึ้นมากล่าวต้อนรับพระสันตะบิดรผู้ศักดิ์สิทธิ์อย่างเป็นทางการ ใจความสำคัญของสารต้อนรับ พระคาร์ดินัลจอร์จกล่าวว่า "พวกลูกทุกคนไม่ได้ต้อนรับพระสันตะบิดาเจ้าในฐานะแขกต่างบ้านต่างเมือง แต่พวกเราต้อนรับพระองค์ในฐานะพ่อและเพื่อนในองค์พระคริสตเจ้า"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#0000ff;"&gt;&lt;u&gt;ปัญหาบาทหลวงละเมิดสิทธิทางเพศเด็ก&lt;/u&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;จากนั้น พระคาร์ดินัลจอร์จ ได้กล่าวรายงานประวัติศาสตร์ของพระศาสนจักรคาทอลิกในอเมริกา พร้อมกับรายงานปัญหาที่พระศาสนจักรกำลังประสบอย่างรุนแรงซึ่งได้แก่ปัญหาบาทหลวงละเมิดสิทธิทางเพศเด็กๆ "ปัจจุบัน ผลลัพธ์ที่เกิดจากบาปอันน่ารังเกียจคดีล่วงละเมิดสิทธิทางเพศของบาทหลวงกลุ่มเล็กๆ ประกอบกับการจัดการแก้ไขปัญหาแบบไร้ประสิทธิภาพของพระสังฆราช ได้ทำให้ความเชื่อของชาวคาทอลิกและการปฏิบัติพันธกิจสาธารณะของพระศาสนจักร ต้องประสบปัญหาอย่างหนัก"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พระสันตะปาปาทรงรับฟังพระคาร์ดินัลจอร์จด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พระองค์ตรัสตอบปัญหานี้ว่า "ปัญหานี้(บาทหลวงละเมิดสิทธิทางเพศ) จัดเป็นหนึ่งในสิ่งที่สร้างความอับอายต่อพระศาสนจักรอย่างแท้จริง พวกท่านหลายคนได้พูดกับพ่อเกี่ยวกับบาดแผลขนาดใหญ่ซึ่งกลุ่มคริสตชนที่ท่านอภิบาลต้องประสบ นี่คือบาดแผลที่เกิดเมื่อสงฆ์ของพระคริสต์ได้ทรยศต่อคำปฏิญาณและหน้าที่การเป็นสงฆ์ พวกเขาทรยศโดยการทำผิดศีลธรรมอย่างร้ายแรง ... มันเป็นหน้าที่ของท่านตามที่พระเจ้าทรงมอบหมายให้ในฐานะผู้อภิบาลที่จะรักษาแผลอันเกิดจากการทำลายความวางใจให้หายสนิท ท่านต้องดูแลและให้การรักษาเขา ต้องเสริมสร้างการคืนดีแก่กัน"&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ประเด็นเรื่องพระสังฆราชบางองค์แก้ไขปัญหาแบบไร้ประสิทธิภาพ พระสันตะปาปาทรงกล่าวถึงเรื่องนี้ว่า "ท่านต้องมีความสามารถในการประยุกต์ โดยเน้นการแก้ไขปัญหาและกำหนดบทลงโทษให้ชัดเจน เราต้องกำจัดปัญหานี้ให้หมดไป รวมทั้งต้องส่งเสริมบรรยากาศที่ชวนให้รู้สึกถึงความปลอดภัยซึ่งจะเป็นการปกป้องเด็กๆไปในตัว"&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;อย่างไรก็ตาม ถ้าจะทำให้นโยบายดังกล่าว บรรลุวัตถุประสงค์ทุกประการ พระสันตะปาปาทรงเสนอมุมมองว่า "เด็กๆควรจะเติบโตมาแบบมีความเข้าใจเรื่องเพศอย่างถูกต้อง รวมทั้งเรียนรู้ถึงความเหมาะสมของความสนิทสนมระหว่างเพศ เด็กไม่ควรถูกเยาะเย้ยถึงสิ่งที่เขาเป็นและไม่ควรถูกเย้ยหยันถึงเพศตามธรรมชาติของตน พวกเขามีสิทธิที่จะได้รับการศึกษาค่านิยมขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับความศักดิ์สิทธิ์ที่มีในตัวมนุษย์"&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;&lt;span style="font-family:verdana;color:#0000ff;"&gt;ปัญหาคนไม่นับถือศาสนา,ปัญหาครอบครัว&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;พระสันตะปาปาทรงกล่าวถึงผลกระทบจากปัญหาการไม่มีศาสนาและปัญหาวัตถุนิยมที่เข้ามามีบทบาทในสังคมยุคปัจจุบัน พระองค์ชี้ว่า การที่คริสตังคนหนึ่งกลายเป็นคนไม่นับถือศาสนาใดเลย เป็นหน้าที่ที่พระสังฆราชจะต้องตอบให้ได้ว่า มันเกิดอะไรขึ้น "อย่าไปเหมารวมว่า คาทอลิกทุกคนจะต้องเห็นด้วยและคล้อยตามกับสิ่งที่พระศาสนจักรสอน ดังนั้น มันจึงเป็นหน้าที่ของพวกท่านที่จะสร้างความมั่นใจให้กับพวกเขาได้เห็นถึงคำสั่งสอนซึ่งเป็นพระวาจาทรงชีวิต"&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;"ตอนนี้ เราเริ่มจะเห็นผลกระทบจากการที่คนไม่นับถือศาสนาบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นในอเมริกาหรือที่ต่างๆทั่วโลก มีการผ่านร่างกฏหมายมากมายที่ยังเป็นที่ถกเถียงในด้านศีลธรรม หรือจะเป็นการเมินเฉยต่อคนยากจน,การทำธุรกิจผิดศีลธรรม,พฤติกรรมทางเพศที่ไม่ถูกต้อง สิ่งเหล่านี้ ขัดกับหลักคำสอนคาทอลิกอย่างแท้จริง ฉะนั้น กลุ่มคริสตชนภายใต้การนำของพระสังฆราชอย่างพวกท่าน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องนำเสนอแนวทางการเป็นพยานยืนยันที่ชัดเจน เช่นเดียวกัน ความคิดและหัวใจของกลุ่มคริสตชนจะต้องเปิดรับความจริงเชิงศีลธรรมด้วย ฆราวาสคาทอลิกทุกคนสามารถประพฤติตนให้เป็นเชื้อแป้งที่ดีในสังคมได้อย่างแน่นอน"&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;จากนั้น พระสันตะบิดรผู้ศักดิ์สิทธิ์ ทรงกล่าวถึงปัญหาครอบครัวที่นับวันการหย่าร้างจะมีมากขึ้น พระองค์ตรัสว่า "ครอบครัวที่ดีจะทำให้เกิดความสงบสุขต่อตนเองและต่อประเทศชาติ ในครอบครัว เราสามารถเรียนรู้ความยุติธรรมและความรัก รวมถึงบทบาทหน้าที่ที่เราควรมอบให้สังคม ครอบครัวคือสถานที่แบบพื้นฐานสำหรับประกาศคำสอนของพระเยซูและสั่งสอนความเชื่อตามแบบฉบับคาทอลิก" &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;"แต่กระนั้น ปัญหาการหย่าร้างและการนอกใจสามีภรรยาก็เพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับการกินอยู่ก่อนแต่งฉันท์สามีภรรยา การกระทำดังกล่าวจัดว่าเป็นการไม่ให้ความเคารพต่อศีลสมรส ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องค้นพบสิ่งใหม่ๆและวิธีการประกาศพระวรสารที่ชวนให้ดึงดูดใจไปสู่ครอบครัวทุกครอบครัว"&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;&lt;span style="font-family:verdana;color:#0000ff;"&gt;ปัญหากระแสเรียกลดลงอย่างมาก&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;เรื่องสุดท้ายที่พระสันตะปาปาทรงกล่าวถึงคือกระแสเรียกการเป็นพระสงฆ์นักบวช พระองค์กล่าวว่า "การอุทิศตนให้กับกระแสเรียกการเป็นพระสงฆ์และนักบวชคือเครื่องหมายที่บอกถึงสุขภาพของพระศาสนจักรท้องถิ่นนั้นๆว่าเป็นอย่างไร ดังนั้น พ่ออยากเชิญชวนทุกท่านให้สวดภาวนาเพื่อกระแสเรียกการเป็นพระสงฆ์และนักบวช และไม่ใช่สวดภาวนาอย่างเดียวเท่านั้น พวกท่านในฐานะที่เป็นพระสังฆราชต้องคอยสร้างโอกาสให้บรรดาเยาวชนได้ค้นพบและก้าวตามกระแสเรียกด้วย"&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;พระสันตะปาปาทรงเข้าใจดีว่า การเป็นพระสงฆ์นักบวชก็มีเรื่องการเมืองภายใน พระองค์จึงตรัสว่า "พวกท่านต้องพยายามเอาชนะการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายภายในกลุ่มให้ได้ ท่านต้องก้าวผ่านความไม่ลงรอยกันและรับฟังความเห็นของคนอื่น พระจิตเจ้าจะทรงนำทางพระศาสนจักรก้าวไปข้างหน้าด้วยความหวัง ดังนั้น จงวางใจในพระองค์" &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;&lt;span style="font-family:verdana;color:#0000ff;"&gt;ทรงขอบพระทัยอเมริกากับความช่วยเหลือมนุษยธรรมที่มอบให้โลก&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ในตอนท้าย พระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 ทรงกล่าวปิดท้าย ด้วยการขอบพระทัยน้ำใจดีของสหรัฐอเมริกาที่มอบให้กับโลก "ชาวอเมริกันขึ้นชื่อในเรื่องความมีน้ำใจ ดังเช่นความช่วยเหลือที่พวกท่านได้มอบให้กับสังคมโลก อาทิ การช่วยเหลือผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ 11 กันยายน 2001,การช่วยเหลือผู้ที่ประสบภัยก่อการร้าย,ช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึนามิในปี 2004,ช่วยเหลือผู้ประสบภัยเฮอริเคนแคธริน่าในปี 2005 พ่อขอขอบใจความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจากชาวอเมริกันที่มอบผ่านทางหน่วยงานคาทอลิก ขอบคุณพระเจ้า !!"&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6903761441513459169-7283092478187059083?l=popeinamerica2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/feeds/7283092478187059083/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/2009/03/16-16.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6903761441513459169/posts/default/7283092478187059083'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6903761441513459169/posts/default/7283092478187059083'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/2009/03/16-16.html' title='โป๊ปย้ำต้องกำจัดบาทหลวงละเมิดสิทธิทางเพศให้หมดไป'/><author><name>AVE MARIA</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6903761441513459169.post-3070450870317839994</id><published>2009-03-04T02:39:00.001+07:00</published><updated>2009-03-04T02:39:53.165+07:00</updated><title type='text'>พระสันตะปาปาสนทนาบุช 45 นาทีเกี่ยวกับสถานการณ์โลก</title><content type='html'>&lt;hr style="WIDTH: 99%; COLOR: #aec2dd; HEIGHT: 1px"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;img style="MARGIN: 0px 10px 5px 5px" src="http://farm3.static.flickr.com/2309/2220525942_2388bcaec4.jpg?v=0" width="150" align="left" /&gt;&lt;/span&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;หลังจากเสร็จสิ้นพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 ประมุขสูงสุดแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ได้เสด็จเข้าสู่ห้องทำงานของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ตามคำกราบทูลเชิญของ จอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน โดยพระสันตะบิดรผู้ศักดิ์สิทธิ์ทรงใช้เวลาประมาณ 45 นาทีสนทนากับบุชในประเด็นเกี่ยวกับการสร้างสันติภาพในตะวันออกกลาง รวมทั้งประเด็นอื่นๆที่เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน,เสรีภาพในการนับถือศาสนา,การกำจัดความยากจนให้หมดไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศในแถบแอฟริกา &lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;แถลงการณ์ร่วมของทำเนียบขาวและสันตะสำนัก ระบุว่า "ประธานาธิบดีได้ถวายเค้กเป็นของขวัญวันเกิดให้กับพระสันตะปาปา จากนั้น ประธานาธิบดีได้กล่าวขอบพระคุณพระสันตะปาปาสำหรับการเสด็จไปภาวนาอุทิศให้ผู้ล่วงลับที่กราวน์ ซีโร่ ในวันอาทิตย์ที่ 20 เมษายนที่จะถึงนี้"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;"ในส่วนของประเด็นสนทนา ประกอบไปด้วยการปกป้องสิทธิมนุษยชนและการแต่งงานที่ถูกต้องตามกฏหมาย,เสรีภาพในการนับถือศาสนา,การร่วมกันประณามการก่อการร้ายและความรุนแรงทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การก่อการร้ายที่กระทำโดยแอบอ้างพระนามของพระเจ้า"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;"พระสันตะปาปายังทรงขอบพระทัยความช่วยเหลือทางการเงินของสหรัฐอเมริกาที่มีต่อประเทศกำลังพัฒนา พระองค์รู้สึกซาบซึ้งเป็นพิเศษที่สหรัฐอเมริกาได้ให้ความช่วยเหลืออย่างมากต่อการป้องกันโรคเอดส์ในทวีปแอฟริกา"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;"ขณะที่ประเด็นความไม่สงบในตะวันออกกลาง พระสันตะปาปาทรงเสวนาเรื่องการแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ เช่นเดียวกับการข่มขู่เอาชีวิตชุมชนชาวคริสต์ในเลบานอน พระสันตะปาปาทรงขอร้องประธานาธิบดีให้ใช้หลักความศักดิ์สิทธิ์ที่มีอยู่ในมนุษย์แต่ละคนเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ไขปัญหา"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;"สำหรับประเด็นผู้อพยพในสหรัฐอเมริกา พระสันตะปาปาทรงเสนอมุมมองให้ประธานาธิบดีว่า ขอให้ดูแลพวกเขาอย่างมีมนุษยธรรมและเปรียบเสมือนเป็นคนในครอบครัว" แถลงการณ์ระบุปิดท้าย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6903761441513459169-3070450870317839994?l=popeinamerica2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/feeds/3070450870317839994/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/2009/03/45.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6903761441513459169/posts/default/3070450870317839994'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6903761441513459169/posts/default/3070450870317839994'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/2009/03/45.html' title='พระสันตะปาปาสนทนาบุช 45 นาทีเกี่ยวกับสถานการณ์โลก'/><author><name>AVE MARIA</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6903761441513459169.post-172072820149751976</id><published>2009-03-04T02:37:00.000+07:00</published><updated>2009-03-04T02:38:13.993+07:00</updated><title type='text'>โป๊ปหนุนชาวอเมริกันให้ใช้ศาสนานำพาการดำเนินชีวิต</title><content type='html'>&lt;hr style="WIDTH: 99%; COLOR: #aec2dd; HEIGHT: 1px"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;img style="MARGIN: 0px 10px 5px 5px" src="http://farm3.static.flickr.com/2279/2413279741_512038a714.jpg?v=0" width="150" align="left" /&gt;&lt;/span&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 ประมุขสูงสุดแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ทรงกล่าวสนับสนุนชาวอเมริกันเดินหน้ารักษาขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิมที่ให้ศาสนาเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินชีวิตทั้งเรื่องการเมืองและสังคม พร้อมกันนี้ ทรงแบ่งปันความหมายของเสรีภาพว่าไม่ได้เป็นแค่ของขวัญจากพระเจ้าเท่านั้น แต่ยังเป็นความรับผิดชอบที่เราต้องมอบให้ทุกคนด้วย&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;เมื่อเวลา 10.30 น.ของวันพุธที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น (21.30 น.ตามเวลาในไทย) สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 ทรงประทับรถยนต์พระที่นั่งออกจากสถานเอกอัครสมณทูตวาติกันประจำวอชิงตัน ดีซี. เสด็จสู่ทำเนียบขาว เพื่อเข้าร่วมพิธีต้อนรับพระองค์อย่างเป็นทางการจาก จอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา พิธีดังกล่าว มีบรรดารัฐมนตรีและแขกผู้มีเกียรติมารอรับเสด็จกว่า 12,000 คน &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ทันทีที่พระสันตะปาปาเสด็จลงจากรถยนต์ บรรดาแขกผู้มีเกียรติต่างพร้อมใจประสานเสียงร้องเพลง "แฮปปี้ เบิร์ธเดย์" ถวายพระองค์ เนื่องจากวันที่ 16 เมษายนคือวันคล้ายวันประสูติครบ 81 ชันษา ขณะที่พระสันตะบิดรผู้ศักดิ์สิทธิ์ทรงโบกพระหัตถ์และยิ้มตอบรับแทนคำขอบใจ จากนั้น กองดุริยางค์ได้บรรเลงเพลงชาตินครรัฐวาติกัน(คือเพลงสดุดีพระสันตะปาปา/พระสังฆราช ในหนังสือเพลงปรารถนา)และเพลงชาติอเมริกา ตามด้วย จอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช ขึ้นมากล่าวสุนทรพจน์ต้อนรับอย่างเป็นทางการ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวเริ่มต้นด้วยคำว่า "สันติสุขจงดำรงอยู่กับท่าน" (Pax Tecum) ก่อนจะตามด้วยการหยิบยกเรื่องพื้นฐานทางศาสนาของชาวอเมริกันและค่านิยมในการปกป้องชีวิตและเสรีภาพในการนับถือศาสนามากราบทูลพระสันตะบิดรผู้ศักดิ์สิทธิ์ นอกจากนี้ บุชยังได้ทูลว่า สหรัฐอเมริกาต้องการคำสอนของพระสันตะปาปาเพื่อจะได้กระตุ้นคนในชาติให้ตระหนักถึงค่านิยมดังกล่าวให้มากยิ่งขึ้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;หลังจากนั้น พระสันตะบิดรผู้ศักดิ์สิทธิ์ทรงขึ้นมากล่าวสุนทรพจน์ตอบรับ พระองค์บอกวัตถุประสงค์การมาเยือนอเมริกาในฐานะมิตรสหายและพร้อมที่จะเคารพต่อความหลากหลายทางศาสนาและวัฒนธรรม "ข้าพเจ้ามาที่นี่ในฐานะมิตรสหาย มาในฐานะผู้เทศน์สอนพระวาจาของพระเจ้าและให้ความเคารพต่อพหุสังคมอันหลากหลายของประเทศแห่งนี้ ตามที่ข้าพเจ้าได้เริ่มการเยือน(อเมริกา) ข้าพเจ้ามั่นใจว่าการครั้งนี้ จะเป็นบ่อเกิดแห่งการฟื้นฟูความหวังและความเชื่อสำหรับพระศาสนจักรคาทอลิกในสหรัฐอเมริกา" &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;พระสันตะปาปาองค์ที่ 265 แห่งประวัติศาสตร์พระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ทรงแสดงความคาดหวังด้วยว่า พระองค์ไม่ได้มุ่งหวังจะพบกับคริสตังอเมริกันเท่านั้น แต่ต้องการพบกับประชากรทุกศาสนาซึ่งอาศัยในสหรัฐ นอกจากนี้ ยังทรงมุ่งหวังให้สังคมอเมริกันที่นับวันจะมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ยึดมั่นหลักคำสอนศาสนาต่อไป "ประเทศแห่งนี้ กำลังเผชิญหน้ากับความหลากหลายทางการเมืองที่ขยายตัวเพิ่มมากขึ้นรวมทั้งประเด็นทางจริยธรรมต่างๆนาๆ ข้าพเจ้ามีความมั่นใจว่า ประชาชนอเมริกันจะค้นพบความเชื่อทางศาสนาอันเป็นบ่อเกิดล้ำค่าและเป็นแรงบันดาลใจในการแสวงหาการเสวนาศาสนสัมพันธ์อย่างมีเหตุผล,มีความรับผิดชอบ,เคารพซึ่งกันและกัน เพื่อจะได้สร้างสรรค์สังคมที่เปี่ยมด้วยมนุษยธรรมและมีอิสรภาพอย่างแท้จริง"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;จากนั้น ประมุขสูงสุดแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ทรงแบ่งปันความหมายของเสรีภาพซึ่งเป็นสิ่งที่มีความหมายมากต่อประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกา พระองค์ตรัสว่า "เสรีภาพไม่ได้เป็นแค่ของขวัญจากพระเจ้าเท่านั้น แต่ยังเป็นการขอร้องให้แต่ละคนตอบสนองอย่างมีความรับผิดชอบด้วย มันเป็นเรื่องท้าทายอย่างมากในการถ่ายทอดเสรีภาพไปยังผู้คนรุ่นต่างๆและเสรีภาพยังต้องได้มาซึ่งคุณงามความดีด้วย"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;พระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 ทรงกล่าวปิดท้ายว่า "ข้าพเจ้าขอกล่าวแสดงความซาบซึ้งใจอีกครั้งหนึ่งสำหรับคำเชิญของท่าน ความชื่นชมยินดีของข้าพเจ้าอยู่กับพวกท่าน ข้าพเจ้าขอภาวนาด้วยความร้อนรนต่อพระเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพ โปรดประทานพละกำลังให้กับประเทศนี้และประชากรทุกคนในหนทางแห่งความยุติธรรม,ความเจริญรุ่งเรืองและสันติสุข ... พระเจ้าอวยพรอเมริกา !!" &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;หลังจากพระสันตะปาปาทรงกล่าวสุนทรพจน์เสร็จแล้ว พระองค์ทรงพระดำเนินเข้าสู่ทำเนียบขาวเพื่อสนทนากับ จอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เป็นการส่วนพระองค์ต่อไป&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6903761441513459169-172072820149751976?l=popeinamerica2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/feeds/172072820149751976/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/2009/03/blog-post_9599.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6903761441513459169/posts/default/172072820149751976'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6903761441513459169/posts/default/172072820149751976'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/2009/03/blog-post_9599.html' title='โป๊ปหนุนชาวอเมริกันให้ใช้ศาสนานำพาการดำเนินชีวิต'/><author><name>AVE MARIA</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6903761441513459169.post-1794510663072879981</id><published>2009-03-04T02:36:00.001+07:00</published><updated>2009-03-04T02:36:36.502+07:00</updated><title type='text'>พระสันตะปาปาเสด็จถึงสหรัฐอเมริกาแล้ว</title><content type='html'>&lt;hr style="WIDTH: 99%; COLOR: #aec2dd; HEIGHT: 1px"&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 ประมุขสูงสุดแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ทรงประทับเครื่องบินพระที่นั่งถึงสนามบินกองทัพอากาศแอนดรูว์ส กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกาโดยสวัสดิภาพแล้ว เมื่อเวลา 15.51 น.ตามเวลาท้องถิ่นหรือตรงกับ 02.51 น.ของเช้ามืดวันพุธที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ทันทีที่พระสันตะปาปาได้เสด็จลงจากเครื่องบินพระที่นั่ง จอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาพร้อม ลอร่า บุช ภริยา,เจนน่า บุช บุตรสาว ได้มารับเสด็จและกราบทูลเชิญพระสันตะบิดรผู้ศักดิ์สิทธิ์ให้ทรงพระดำเนินเข้าสู่ห้องรับรองของสนามบินกองทัพอากาศ ระหว่างทางที่ทรงพระดำเนิน พระสันตะปาปาทรงทักทายกับบรรดาพระคาร์ดินัล,พระสังฆราช,บาทหลวงและสัตบุรุษที่มารอต้อนรับอย่างอบอุ่น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;หลังจากทรงพำนักในห้องรับรองประมาณ 10 นาที พระสันตะปาปาทรงประทับรถยนต์พระที่นั่งออกจากสนามบินกองทัพอากาศ มุ่งหน้าไปยังสถานเอกอัครสมณทูตวาติกันในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อพักผ่อนและเตรียมพันธกิจอภิบาลสัตบุรุษในวันต่อไป&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;อนึ่ง พิธีต้อนรับพระสันตะปาปาที่สนามบินกองทัพอากาศแอนดรูว์ส พระสันตะบิดรผู้ศักดิ์สิทธิ์และประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ไม่ได้กล่าวสุนทรพจน์ใดๆทั้งสิ้น เนื่องจากพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการจะมีขึ้นในวันถัดไป ณ ทำเนียบขาว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6903761441513459169-1794510663072879981?l=popeinamerica2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/feeds/1794510663072879981/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/2009/03/blog-post_8014.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6903761441513459169/posts/default/1794510663072879981'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6903761441513459169/posts/default/1794510663072879981'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/2009/03/blog-post_8014.html' title='พระสันตะปาปาเสด็จถึงสหรัฐอเมริกาแล้ว'/><author><name>AVE MARIA</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6903761441513459169.post-7639885365223728333</id><published>2009-03-04T02:34:00.000+07:00</published><updated>2009-03-04T02:35:11.251+07:00</updated><title type='text'>โป๊ปสัญญาทำทุกทางเพื่อรักษาจิตใจเหยื่อบาทหลวงรักร่วมเพศ</title><content type='html'>&lt;hr style="WIDTH: 99%; COLOR: #aec2dd; HEIGHT: 1px"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;img style="MARGIN: 0px 10px 5px 5px" src="http://farm3.static.flickr.com/2010/2220526204_e42cd47a3e.jpg?v=0" width="150" align="left" /&gt;&lt;/span&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 ประมุขสูงสุดแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ทรงให้คำมั่นสัญญาอย่างหนักแน่น ในการทำทุกวิถีทางที่เป็นไปได้ เพื่อเยียวยารักษาบาดแผลทางจิตใจของเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย ซึ่งถูกบาทหลวงรักร่วมเพศกระทำชำเรา ขณะเดียวกัน ทรงประกาศชัดเจนว่า จะหยุดยั้งกาฝากเกาะพระศาสนจักรเหล่านี้ ไม่ให้ได้รับศีลบวชเป็นสงฆ์ของพระคริสตเจ้า&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;เมื่อช่วงเที่ยงวันอังคารที่ 15 เมษายนที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 ทรงประทับรถยนต์พระที่นั่งมายังสนามบินฟิวมิชิโน่ กรุงโรม ประเทศอิตาลี เพื่อประทับเครื่องบินพระที่นั่งไปปฏิบัติพันธกิจอภิบาลสัตบุรุษที่สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 15-21 เมษายน โดยเที่ยวบินที่พระสันตะบิดรผู้ศักดิ์สิทธิ์ทรงประทับ มีชื่อว่า "เที่ยวบินนายชุมพาบาล" ซึ่งสายการบินอลิตาเลียได้จัดถวายแบบเหมาลำให้กับพระองค์ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ก่อนที่เครื่องบินพระที่นั่งจะออกจากประเทศอิตาลี พระสันตะปาปาทรงเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้สัมภาษณ์เป็นเวลาสั้นๆ โดยคำถามที่สันตะสำนักเลือกให้พระสันตะบิดรผู้ศักดิ์สิทธิ์ตอบนั้น ถามว่า "พระองค์จะแก้ปัญหาบาทหลวงล่วงละเมิดทางเพศ ในสหรัฐอเมริกาเช่นไร" &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;พระสันตะปาปา ตรัสตอบว่า "คดีบาทหลวงล่วงละเมิดทางเพศคือความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงต่อพระศาสนจักรในสหรัฐอเมริกาและพระศาสนจักรทั่วโลก สำหรับพ่อ เรื่องร้ายๆแบบนี้สามารถเกิดได้เสมอ มันยากที่จะทำให้พ่อเข้าใจว่า มันเป็นไปได้อย่างไรที่บาทหลวงเหล่านี้ทรยศต่อพันธกิจของพวกเขาและทรยศต่อเด็กๆที่ตนอภิบาล"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;คดีบาทหลวงล่วงละเมิดทางเพศ ในสหรัฐอเมริกาเกิดมานานกว่า 50 ปีแล้ว แต่ทว่าประมุขสังฆมณฑลต่างๆปกปิดเรื่องร้ายๆไว้ กระนั้น ความลับไม่มีในโลก นักข่าวอเมริกันขุดคุ้ยเรื่องเหล่านี้มาตีแผ่จนเกิดการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายรวมกันหลายหมื่นล้านบาทจนทำให้สังฆมณฑลกว่า 10 แห่งในอเมริกาต้องถูกฟ้องล้มละลายเนื่องจากไม่มีเงินมาชดใช้ค่าเสียหาย พระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 จึงประกาศอย่างชัดเจนว่า คดีสงฆ์ล่วงละเมิดทางเพศ ต้องไม่เกิดขึ้นอีกในอนาคต &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;"ความผิดปกติทางเพศเป็นเรื่องที่ขัดแย้งกับการเป็นสงฆ์อย่างแท้จริง พ่อรู้สึกอับอายแบบสุดๆกับคดีบาทหลวงล่วงละเมิดทางเพศ พวกเรา(พระศาสนจักรโรมันคาทอลิก)จะทำทุกอย่างที่เป็นไปได้เพื่อไม่ให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต เราจะป้องกันให้ถึงที่สุดเพื่อไม่ให้คนที่มีความผิดปกติทางเพศได้ทำงานอภิบาลอันศักดิ์สิทธิ์ มันสำคัญเหลือเกินที่เราจะมีบาทหลวงคุณภาพดีมากกว่าบาทหลวงปริมาณมากๆ เราจะทำทุกทางเพื่อเยียวยารักษาบาดแผลทางจิตใจที่เกิดกับผู้เคราะห์ร้ายทุกคน" พระสันตะปาปาผู้มีนิสัยตรงไปตรงมา ตรัสอย่างจริงจัง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;นอกจากจะตรัสตอบคำถามเรื่องบาทหลวงล่วงละเมิดทางเพศแล้ว พระสันตะปาปายังตอบคำถามปัญหาผู้อพยพลาตินอเมริกาในสหรัฐ พระองค์กล่าวว่า "การช่วยเหลือผู้อพยพต้องทำแบบรอบคอบเพราะภูมิหลังของแต่ละคนมีความแตกต่างกันมาก กระนั้น อย่ามองว่า ผู้อพยพจะสร้างปัญหาอย่างเดียว อีกแง่มุมหนึ่ง การดูแลผู้อพยพก็สะท้อนให้เห็นถึงมิตรไมตรีของพระศาสนจักรสหรัฐที่มีต่อเพื่อนมนุษย์ทุกคน"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ในส่วนของคำถามที่ว่า พระสันตะปาปาทรงมีมุมมองอย่างไรที่พระศาสนจักรในอเมริกา ต้องเผชิญหน้ากับลัทธิวัตถุนิยมซึ่งกำลังแผ่อำนาจอยู่ในดินแดนแห่งเสรีภาพ พระองค์ตรัสตอบว่า "ลัทธิวัตถุนิยม,บริโภคนิยม,ทุนนิยมเป็นสิ่งน่ากลัวอย่างยิ่ง แต่สิ่งหนึ่งที่เราต้องยอมรับก็คือรูปแบบและโครงสร้างการจัดการของพระศาสนจักรอเมริกาทำได้ดีมาก ทุกคนที่นี่สามารถรับมือกับภัยคุกคามดังกล่าวได้เป็นอย่างดี นี่เป็นสัญญาณเชิงบวกที่ยุโรปต้องดูเป็นตัวอย่างว่า เขารับมือได้อย่างไร"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;อนึ่ง สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 จะเสด็จถึงสนามบินกองทัพอากาศแอนดรูว์ส กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในเวลา 16.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับ 03.00 ของเช้าวันพุธที่ 16 เมษายน ตามเวลาในประเทศไทย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6903761441513459169-7639885365223728333?l=popeinamerica2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/feeds/7639885365223728333/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/2009/03/blog-post_9777.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6903761441513459169/posts/default/7639885365223728333'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6903761441513459169/posts/default/7639885365223728333'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/2009/03/blog-post_9777.html' title='โป๊ปสัญญาทำทุกทางเพื่อรักษาจิตใจเหยื่อบาทหลวงรักร่วมเพศ'/><author><name>AVE MARIA</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6903761441513459169.post-4253110879980902664</id><published>2009-03-04T02:32:00.000+07:00</published><updated>2009-03-04T02:33:25.741+07:00</updated><title type='text'>เด็กนักเรียนดี.ซี.สุดโชคดีได้ร้องเพลงเบิร์ธเดย์ถวายโป๊ป</title><content type='html'>&lt;hr style="WIDTH: 99%; COLOR: #aec2dd; HEIGHT: 1px"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;img style="MARGIN: 0px 10px 5px 5px" src="http://farm3.static.flickr.com/2161/2202141394_c083ed294e.jpg?v=0" width="150" align="left" /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;เคธี่ย์ เดมป์ซี่ย์ โฆษกหญิงประจำอัครสังฆมณฑลวอชิงตัน ดี.ซี. แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า บรรดาเด็กนักเรียนจากโรงเรียนแม่พระรับสาร จะเป็นผู้โชคดีที่ได้รับเกียรติให้ร้องเพลง "แฮปปี้ เบิร์ธเดย์" ถวายแด่สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 ในวันพุธที่ 16 เมษายนที่จะถึงนี้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;เคธี่ย์ เดมป์ซี่ย์ กล่าวว่า เด็กนักเรียนจากโรงเรียนแม่พระรับสาร สถานศึกษาคาทอลิกในวอชิงตัน ดี.ซี. จะเป็นผู้แทนทุกคนในการขับร้องบทเพลงวันเกิดถวายพระสันตะปาปา เธอระบุว่า เด็กๆตื่นเต้นมากที่จะได้รับความวางใจให้ทำหน้าที่อันยิ่งใหญ่นี้ "เด็กๆตื่นเต้นและมุ่งมั่นมากกับการฝึกซ้อมให้เสียงร้องออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด นอกจากนี้ เด็กๆที่มีเชื้อสายเยอรมัน ก็เตรียมคำถวายพระพรให้กับพระสันตะปาปา เป็นการพิเศษอีกด้วย"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ต่อข้อคำถามที่ว่า เด็กๆมองพระสันตะปาปาเป็นซูเปอร์สตาร์หรือไม่ เดมป์ซี่ย์ กล่าวว่า "พระสันตะปาปาเป็นมากกว่าซูเปอร์สตาร์ พระองค์เป็นมากกว่านั้น พระองค์คือผู้แทนความรักของพระเจ้าซึ่งเด็กๆกำลังต้องการอย่างมาก"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ทั้งนี้ ยังไม่มีการแจ้งว่า พิธีถวายพระพรในวันคล้ายวันประสูติครบ 81 ชันษาของพระสันตะปาปาจะจัดขึ้นที่ทำเนียบขาวหรือมหาวิหารแม่พระผู้ปฏิสนธินิรมล ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6903761441513459169-4253110879980902664?l=popeinamerica2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/feeds/4253110879980902664/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/2009/03/blog-post_3416.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6903761441513459169/posts/default/4253110879980902664'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6903761441513459169/posts/default/4253110879980902664'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/2009/03/blog-post_3416.html' title='เด็กนักเรียนดี.ซี.สุดโชคดีได้ร้องเพลงเบิร์ธเดย์ถวายโป๊ป'/><author><name>AVE MARIA</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6903761441513459169.post-463608518210881937</id><published>2009-03-04T02:30:00.000+07:00</published><updated>2009-03-04T02:31:55.446+07:00</updated><title type='text'>โป๊ปเตรียมเปิดใจเรื่องบาทหลวงรักร่วมเพศระหว่างเยือนนิวยอร์ก</title><content type='html'>&lt;hr style="WIDTH: 99%; COLOR: #aec2dd; HEIGHT: 1px"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;img style="MARGIN: 0px 10px 5px 5px" src="http://farm4.static.flickr.com/3087/2390401502_f68962d3bb.jpg?v=0" width="150" align="left" /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;พระคาร์ดินัล ตาร์ชิซิโอ แบร์โตเน่ เลขาฐิการนครรัฐวาติกัน เผยความลับให้สื่อมวลชนได้รู้ล่วงหน้าว่า สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 ประมุขสูงสุดแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ทรงเตรียมเปิดใจคดีบาทหลวงรักร่วมเพศซึ่งเกิดขึ้นอย่างมากในสหรัฐอเมริกา ระหว่างการเสด็จเยี่ยมสามเณราลัยนักบุญโยเซฟ นิวยอร์ก ขณะเดียวกัน สุนทรพจน์ที่พระสันตะบิดรผู้ศักดิ์สิทธิ์จะตรัสที่องค์การสหประชาชาติ จะเน้นเรื่องการปกป้องชีวิตมนุษย์และความสำคัญของการนับถือศาสนา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;พระคาร์ดินัล ตาร์ชิซิโอ แบร์โตเน่ ได้ให้สัมภาษณ์กับ "เอพี" สำนักข่าวยักษ์ใหญ่ของโลกถึงรายละเอียดสุนทรพจน์ซึ่งสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 จะตรัสระหว่างการเสด็จเยือนสหรัฐอเมริกา โดยพระคาร์ดินัลผู้เปรียบได้กับนายกรัฐมนตรีแห่งนครรัฐวาติกัน แย้มความลับว่า พระสันตะปาปาจะพูดถึงเรื่องบาทหลวงรักร่วมเพศที่สามเณราลัยนิวยอร์ก ส่วนที่องค์การสหประชาชาติ จะเป็นเรื่องกฏหมายแบบธรรมชาติซึ่งถูกเขียนขึ้นจากหัวใจ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;เลขานครรัฐวาติกัน กล่าวว่า "พระสันตะบิดรผู้ศักดิ์สิทธิ์จะตรัสเรื่องผลกระทบจากคดีบาทหลวงรักร่วมเพศ ระหว่างการเสด็จเยี่ยมบาทหลวงและผู้เข้ารับการอบรมที่สามเณราลัยในนิวยอร์ก พระองค์จะเปิดใจแบบเป็นกันเองกับทุกคนที่นั่น รวมทั้งเสนอแนวทางเยียวยารักษาและหาหนทางเพื่อให้เกิดการคืนดีกัน พระสันตะปาปาทรงรับรู้ความทุกข์ทรมานของเหยื่อที่ถูกบาทหลวงรักร่วมเพศกระทำชำเราและความเสียหายของที่เกิดกับพระศาสนจักรอเมริกาด้วยความเศร้าพระทัยยิ่ง คดีบาทหลวงรักร่วมเพศคือบาดแผลที่ฉีกกว้างสำหรับพระศาสนจักรโรมันคาทอลิกอย่างปฏิเสธไม่ได้"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;การเสด็จเยือนอเมริกาครั้งนี้ พระสันตะปาปาจะเสด็จเพียงแค่ 2 เมืองเท่านั้นคือวอชิงตัน ดี.ซี.และนิวยอร์ก สิ่งนี้ ทำให้อเมริกันชนตั้งข้อสังเกตว่า พระสันตะบิดรผู้ศักดิ์สิทธิ์ทรงตั้งใจหลีกเลี่ยงการเยือนบอสตัน สังฆมณฑลที่เกิดคดีบาทหลวงรักร่วมเพศมากที่สุดในอเมริกาและร้ายแรงถึงขั้นสังฆมณฑลล้มละลาย แต่กระนั้น พระคาร์ดินัลแบร์โตเน่ แย้งว่า ไม่จริงแต่อย่างใด "สาเหตุที่พระสันตะปาปาทรงเลือกเดินทางแค่ 2 เมืองก็เพราะพระองค์ต้องการรักษาสภาพร่างกายให้สดชื่นมากที่สุด อย่าลืมว่า ปีนี้ พระสันตะปาปาจะมีพระชนมายุ 81 ชันษา ขณะที่ตารางเวลาการเยือนอเมริกาก็อัดแน่นทุกวัน ดังนั้น เพื่อป้องกันอาการประชวร นี่จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;พระคาร์ดินัลแบร์โตเน่ ยังกล่าวถึงสุนทรพจน์ที่พระสันตะปาปาจะตรัสที่องค์การสหประชาชาติด้วยว่า "ณ ที่นั่น พระสันตะปาปาจะพูดเรื่องสิทธิมนุษยชนและการให้ความสำคัญกับกฏเกณฑ์ตามธรรมชาติ อาทิ คุณค่าและค่านิยมที่ถูกต้องในการนับถือศาสนา,การปกป้องชีวิตมนุษย์,การปกป้องสถาบันครอบครัวที่เกิดจากการสมรสระหว่างชายและหญิง" &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ในตอนท้าย พระคาร์ดินัลจากคณะซาเลเซียน ได้กล่าวถึงระบบการรักษาความปลอดภัยให้พระสันตะปาปาตลอดการเยือนอเมริกา หลังจากที่ อุซามะ บินลาดิน แกนนำกลุ่มอัลกออิดะห์ ได้ออกมาขู่ฆ่าพระสันตะบิดรผู้ศักดิ์สิทธิ์เมื่อช่วงปาสกาที่ผ่านมา พระคาร์ดินัลแบร์โตเน่ กล่าวว่า "พระสันตะปาปาทรงวางใจในพระเจ้า พร้อมทั้งทรงถวายชีวิตและมอบความวางใจไว้กับพระองค์"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6903761441513459169-463608518210881937?l=popeinamerica2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/feeds/463608518210881937/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/2009/03/blog-post_1967.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6903761441513459169/posts/default/463608518210881937'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6903761441513459169/posts/default/463608518210881937'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/2009/03/blog-post_1967.html' title='โป๊ปเตรียมเปิดใจเรื่องบาทหลวงรักร่วมเพศระหว่างเยือนนิวยอร์ก'/><author><name>AVE MARIA</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6903761441513459169.post-3007256610047857545</id><published>2009-03-04T02:28:00.000+07:00</published><updated>2009-03-04T02:30:00.835+07:00</updated><title type='text'>วาติกันเปิดให้โหลดหนังสือโปรแกรมโป๊ปเยือนอเมริกาฟรี !!</title><content type='html'>&lt;hr style="WIDTH: 99%; COLOR: #aec2dd; HEIGHT: 1px"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;img style="MARGIN: 0px 10px 5px 5px" src="http://farm3.static.flickr.com/2402/1648168047_c180eeeda3.jpg?v=0" width="150" align="left" /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;สืบเนื่องจากที่สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 ประมุของค์ที่ 265 แห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก จะเสด็จเยือนสหรัฐอเมริการะหว่างวันที่ 16-21 เมษายน 2008 &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;วาติกันจึงเปิดบริการให้ผู้สนใจทุกคนได้ดาวน์โหลดหนังสือโปรแกรมรายละเอียดของพิธีต่างๆที่พระสันตะปาปาจะเป็นประธาน อาทิ บทเพลงในพิธีมิสซา,บทเพลงต้อนรับพระสันตะปาปาที่ทำเนียบประธานาธิบดี,บทภาวนา ณ กราวน์ ซีโร่ ฯลฯ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ผู้สนใจสามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ &lt;/span&gt;&lt;a href="http://www.vatican.va/holy_father/benedict_xvi/travels/2008/documents/messale_USA.pdf" target="_blank"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;font-size:130%;color:#ff0000;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;ที่นี่&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt; (ไฟล์ .pdf) &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6903761441513459169-3007256610047857545?l=popeinamerica2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/feeds/3007256610047857545/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/2009/03/blog-post_9245.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6903761441513459169/posts/default/3007256610047857545'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6903761441513459169/posts/default/3007256610047857545'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/2009/03/blog-post_9245.html' title='วาติกันเปิดให้โหลดหนังสือโปรแกรมโป๊ปเยือนอเมริกาฟรี !!'/><author><name>AVE MARIA</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6903761441513459169.post-1746610675276010676</id><published>2009-03-04T02:23:00.000+07:00</published><updated>2009-03-04T02:27:41.980+07:00</updated><title type='text'>แบโผขุนพลชุดตะลุยอเมริกาพร้อมพระสันตะปาปา</title><content type='html'>&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;hr style="WIDTH: 99%; COLOR: #aec2dd; HEIGHT: 1px"&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;font face="verdana" size="2"&gt;&lt;img style="MARGIN: 0px 10px 5px 5px" src="http://farm3.static.flickr.com/2231/2391910522_84c2ec342b.jpg?v=0" width="150" align="left" /&gt; &lt;/font&gt;&lt;/p&gt;&lt;p style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt"&gt;&lt;font face="verdana"&gt;&lt;font size="2"&gt;&lt;strong&gt;&lt;font lang="TH" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;กลางเดือนเมษายน สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ &lt;/font&gt;&lt;font lang="EN-US" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;16 &lt;/font&gt;&lt;/strong&gt;&lt;font lang="TH" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;&lt;strong&gt;ประมุขสูงสุดแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก จะเสด็จเยือนสหรัฐอเมริกา การเยือนในครั้งนี้ พระองค์ไม่ได้ออกจากวาติกันแต่เพียงลำพัง แต่บรรดาคนข้างกายจากวาติกันจะร่วมติดตามไปด้วย&lt;/strong&gt;  &lt;/font&gt;&lt;font lang="EN-US" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;p style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt"&gt;&lt;font face="verdana"&gt;&lt;font size="2"&gt;&lt;font lang="TH" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;ผู้ติดตามพระสันตะปาปาตะลุยอเมริกา มีทั้งหมดมีจำนวน &lt;/font&gt;&lt;font lang="EN-US" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;30 &lt;/font&gt;&lt;font lang="TH" color="#404040"&gt;คน ทั้งหมดปฏิบัติงานในโรมันคูเรีย, แผนกที่ปรึกษาฝ่ายพิธีกรรม, ทีมแพทย์, แผนกสื่อมวชน, แผนกรักษาความปลอดภัย รวมไปถึงบรรดาผู้ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่พิเศษต่างๆ &lt;/font&gt;&lt;font lang="EN-US" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;p style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt"&gt;&lt;font face="verdana"&gt;&lt;font size="2"&gt;&lt;font lang="TH" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;นี่คือ &lt;strong&gt;“ชุดปฏิบัติงานเคลื่อนที่”&lt;/strong&gt; ซึ่งติดตามพระสันตะปาปาเสด็จเยือนต่างประเทศ นับตั้งแต่สมเด็จพระสันตะปาปา เปาโล ที่ &lt;/font&gt;&lt;font lang="EN-US" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;6 &lt;/font&gt;&lt;font lang="TH" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;ประทับเครื่องบินพระที่นั่งออกเยือนต่างประเทศครั้งแรกในปี &lt;/font&gt;&lt;font lang="EN-US" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;1964&lt;/font&gt;&lt;font lang="TH" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt; ชุดปฏิบัติงานเคลื่อนที่นี้ จะทำงานร่วมกับทีมงานของประเทศเจ้าบ้านที่พระสันตะปาปาเสด็จเยือน เช่นเดียวกับที่พวกเขาดูแลพระสันตะปาปาขณะทรงปฏิบัติภารกิจอยู่ที่วาติกัน &lt;/font&gt;&lt;font lang="EN-US" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;p style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt"&gt;&lt;font face="verdana"&gt;&lt;font size="2"&gt;&lt;font lang="TH" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;หลายคนในชุดปฏิบัติงานเคลื่อนที่ จัดว่ามีชั่วโมงบินสูงมาก บางคนมีโอกาสได้เดินทางไปทั่วโลกพร้อมพระสันตะปาปาหลายพระองค์มานานกว่า &lt;/font&gt;&lt;font lang="EN-US" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;30 &lt;/font&gt;&lt;font lang="TH" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;ปี ขณะที่บางคน นี่จะเป็นครั้งแรกที่ได้ร่วม &lt;strong&gt;“โวโล ปาปาเล”&lt;/strong&gt; (ภาษาอิตาเลี่ยน แปลว่า เที่ยวบินพระสันตะปาปา) พร้อมกับพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ &lt;/font&gt;&lt;font lang="EN-US" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;16&lt;/font&gt;&lt;font lang="TH" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt; ในการเสด็จเยือนวอชิงตัน ดี.ซี. และ นิวยอร์ก &lt;/font&gt;&lt;font lang="EN-US" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;p style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt"&gt;&lt;font face="verdana"&gt;&lt;font size="2"&gt;&lt;font lang="TH" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;เอาล่ะ เรามาดู &lt;strong&gt;“ขุนพลสำคัญ”&lt;/strong&gt; ในชุดปฏิบัติงานเคลื่อนที่ ตอนตะลุยอเมริกา กันหน่อยดีกว่า ...&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;p style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt" align="center"&gt;&lt;font face="verdana"&gt;&lt;font size="2"&gt;&lt;font lang="TH" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;&lt;img height="180" alt="" src="http://farm4.static.flickr.com/3087/2390401502_f68962d3bb.jpg?v=0" width="150" /&gt; &lt;img height="180" alt="" src="http://farm3.static.flickr.com/2100/2390401580_e916da113f.jpg?v=0" width="150" /&gt;&lt;br /&gt;                             &lt;strong&gt;พระคาร์ดินัลแบร์โตเน่      พระอัครสังฆราชฟิโลนี่  &lt;/strong&gt;                           &lt;/font&gt;&lt;font lang="EN-US" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;p style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt"&gt;&lt;font face="verdana"&gt;&lt;font size="2"&gt;&lt;font lang="TH" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;ทีมแรกนำโดย &lt;strong&gt;พระคาร์ดินัล ตาร์ชิซิโอ แบร์โตเน่ &lt;/strong&gt;เลขาฐิการนครรัฐวาติกัน และผู้ช่วยของท่านซึ่งก็คือ &lt;strong&gt;พระอัครสังฆราช แฟร์นานโด ฟิโลนี่&lt;/strong&gt; ทั้งสองจะคอยช่วยพระสันตะปาปาในภารกิจการทูตระหว่างเยือนอเมริกา (พระอัครสังฆราชฟิโลนี่ จัดเป็นบุคคลสำคัญในการเจรจาการทูตกับจีนและเจรจาสันติภาพในตะวันออกกลาง) &lt;/font&gt;&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;p style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt"&gt;&lt;font face="verdana"&gt;&lt;font size="2"&gt;&lt;font lang="TH" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;&lt;/font&gt;&lt;font lang="TH" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;p style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt" align="center"&gt;&lt;font lang="EN-US" style="LINE-HEIGHT: 115%" face="verdana" color="#404040" size="2"&gt;&lt;img height="180" alt="" src="http://farm4.static.flickr.com/3211/2390401646_c39b6e0ef9.jpg?v=0" width="150" /&gt; &lt;img height="180" alt="" src="http://farm4.static.flickr.com/3295/2390401676_69cdc0dbfc.jpg?v=0" width="150" /&gt; &lt;img height="180" alt="" src="http://farm3.static.flickr.com/2402/2390401616_4a8405e186.jpg?v=0" width="150" /&gt; &lt;img height="180" alt="" src="http://farm3.static.flickr.com/2415/2389623933_862926e0a5.jpg?v=0" width="150" /&gt;&lt;/font&gt;&lt;font lang="EN-US" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;&lt;br /&gt;&lt;font face="verdana"&gt;&lt;font size="2"&gt;&lt;strong&gt;จากซ้ายไปขวา : พระคาร์ดินัลเลวาด้า,พระอัครสังฆราชสแต็ฟเฟิร์ด,พระอัครสังฆราชฮาร์วี่ย์,คุณพ่อมิลเล&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;p style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt" align="left"&gt;&lt;/font&gt;&lt;font face="verdana"&gt;&lt;font size="2"&gt;&lt;font lang="TH" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;ทีมที่สอง จะเป็น &lt;strong&gt;“ทีมชาติสหรัฐอเมริกา” &lt;/strong&gt;อเมริกันชนทั้ง &lt;/font&gt;&lt;font lang="EN-US" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;5 &lt;/font&gt;&lt;font lang="TH" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;ประกอบไปด้วย &lt;strong&gt;พระคาร์ดินัล วิลเลี่ยม เลวาด้า&lt;/strong&gt; ประธานสมณกระทรวงหลักความเชื่อ (พระสัจธรรม), &lt;strong&gt;พระคาร์ดินัล เจมส์ สแต็ฟเฟิร์ด&lt;/strong&gt; ผู้รับผิดชอบเรื่องงานศีลอภัยบาปของวาติกัน, &lt;strong&gt;พระอัครสังฆราช เจมส์ ฮาร์วี่ย์&lt;/strong&gt; เลือดเนื้อเชื้อไขของมิลวอกี้ ปัจจุบัน ท่านดำรงตำแหน่งประธานสมณสภาเพื่อครอบครัว ตลอดการเยือนอเมริกาของพระสันตะปาปา พระคุณเจ้าฮาร์วี่ย์จะรับผิดชอบเรื่องตารางเวลาและดูแลความเรียบร้อยเกี่ยวกับการเข้าเฝ้าต่างๆ, &lt;strong&gt;มอนซินญอร์ ปีเตอร์ เวลส์ &lt;/strong&gt;บาทหลวงจากสังฆมณฑลทัลซ่า มลรัฐโอคลาโฮมา ปัจจุบัน คุณพ่อเวลส์คือหัวหน้าฝ่ายงานที่ใช้การสื่อสารภาษาอังกฤษประจำนครรัฐวาติกัน (มิสซาและงานทุกประเภท), คนสุดท้าย ได้แก่ &lt;strong&gt;มอนซินญอร์ วิลเลี่ยม มิลเล&lt;/strong&gt; บาทหลวงจากสังฆมณฑลบริดจ์พอร์ท มลรัฐคอนเน็ตติคัท ปัจจุบัน คุณพ่อมิลเลปฏิบัติงานในแผนกพิธีกรรมและทำหน้าที่เป็นนายจารีตประจำพระสันตะปาปาเป็นครั้งคราว&lt;/font&gt;&lt;font lang="EN-US" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;p style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt"&gt;&lt;font face="verdana"&gt;&lt;font size="2"&gt;&lt;font lang="TH" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;สิ่งหนึ่งที่เราเห็นได้ชัดก็คือการเสด็จเยือนประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักในการสื่อสาร พระสันตะปาปาเตรียมขุนพลที่เป็นเจ้าของภาษาไปเต็มที่&lt;/font&gt;&lt;font lang="EN-US" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;p style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt"&gt;&lt;font face="verdana"&gt;&lt;font size="2"&gt;&lt;font lang="TH" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;ขณะที่ขุนพลอีกชุดหนึ่งซึ่งแม้ไม่ได้เกิดมาพูดภาษาอังกฤษคล่องปร๋อ แต่พวกเขาก็ยังเป็นบุคคลที่พระสันตะปาปาขาดไม่ได้เช่นกัน ทำไมหน่ะหรือ ก็เพราะพวกเขาคือคนใกล้ชิดที่รู้ใจพระสันตะปาปา ชนิดที่แค่มองตาก็รู้ว่าพระองค์ต้องการอะไร &lt;/font&gt;&lt;font lang="EN-US" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;p style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt"&gt;&lt;font face="verdana"&gt;&lt;font size="2"&gt;&lt;font lang="TH" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;ขุนพลชุดนี้ ประกอบไปด้วย ...&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;p style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt" align="center"&gt;&lt;font face="verdana"&gt;&lt;font size="2"&gt;&lt;font lang="TH" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;&lt;img height="180" alt="" src="http://farm4.static.flickr.com/3020/2390459050_8f5ec594da.jpg?v=0" width="150" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;มอนซินญอร์ กุยโด้ มารินี่&lt;/strong&gt;&lt;/font&gt;&lt;font lang="EN-US" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;p style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt"&gt;&lt;font face="verdana"&gt;&lt;font size="2"&gt;&lt;font lang="TH" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;&lt;strong&gt;มอนซินญอร์ กุยโด้ มารินี่&lt;/strong&gt; นายจารีตประจำสันตะสำนัก คุณพ่อชาวอิตาเลี่ยนท่านนี้จะเป็นนายจารีตหมายเลขหนึ่งซึ่งจะเตรียมทุกอย่างที่เกี่ยวกับพิธีมิสซาที่วอชิงตัน ดี.ซี.และนิวยอร์ก ผู้ช่วยของท่านก็คือคุณพ่อวิลเลี่ยม มิลเล จากทีมชาติสหรัฐอเมริกานั่นเอง&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;p style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt"&gt;&lt;font face="verdana"&gt;&lt;font size="2"&gt;&lt;font lang="TH" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;p style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt" align="center"&gt;&lt;font face="verdana"&gt;&lt;font size="2"&gt;&lt;font lang="TH" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;&lt;img height="180" alt="" src="http://farm3.static.flickr.com/2047/2389624095_c58574c0d2.jpg?v=0" width="150" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;มอนซินญอร์ ยอร์ก เกนชไวน์&lt;/strong&gt;&lt;/font&gt;&lt;font lang="EN" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;p style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt"&gt;&lt;font face="verdana"&gt;&lt;font size="2"&gt;&lt;font lang="TH" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;&lt;strong&gt;มอนซินญอร์ ยอร์ก เกนชไวน์&lt;/strong&gt; เลขาฯส่วนพระองค์ของพระสันตะปาปา คุณพ่อผมสีเหลืองคล้ายเม็ดทรายผู้นี้จะยืนเคียงข้างพระสันตะปาปาตลอดเวลา รวมทั้งเวลาที่พระองค์ประทับรถยนต์พระที่นั่ง คุณพ่อชาวเยอรมันวัย &lt;/font&gt;&lt;font lang="EN-US" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;51 &lt;/font&gt;&lt;font lang="TH" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;ปี ทำงานร่วมกับพระสันตะปาปาเบเนดิกต์มานาน &lt;/font&gt;&lt;font lang="EN-US" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;11 &lt;/font&gt;&lt;font lang="TH" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;ปี เรื่องมองตาก็รู้ใจ ต้องยกให้เลย &lt;/font&gt;&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;p style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt"&gt;&lt;font face="verdana"&gt;&lt;font size="2"&gt;&lt;font lang="TH" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;p style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt" align="center"&gt;&lt;font face="verdana"&gt;&lt;font size="2"&gt;&lt;font lang="TH" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;&lt;img height="180" alt="" src="http://farm3.static.flickr.com/2148/2390459246_e931252276.jpg?v=0" width="150" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;คุณพ่อ เฟเดริโก้ ลอมบาร์ดี้&lt;/strong&gt;&lt;/font&gt;&lt;font lang="EN-" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;p style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt"&gt;&lt;font face="verdana"&gt;&lt;font size="2"&gt;&lt;font lang="TH" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;&lt;strong&gt;บาทหลวง เฟเดริโก้ ลอมบาร์ดี้&lt;/strong&gt; ผู้อำนวยการสื่อมวลชนวาติกัน แม้ว่าก่อนหน้านี้ คุณพ่อลอมบาร์ดี้จะเคยออกมาพูดว่า พระสันตะปาปาไม่ประสงค์จะมีโฆษกส่วนพระองค์ แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้เพราะบ่อยครั้งที่คุณพ่อลอมบาร์ดี้ออกมาให้สัมภาษณ์ สื่อมวลชนจะยัดเยียดให้ท่านเป็นโฆษกวาติกันเสมอไป ตัวอย่างเช่น การอธิบายสุนทรพจน์ที่พระสันตะปาปาตรัส ณ เรเกนส์บวร์ก ประเทศเยอรมนีในปี &lt;/font&gt;&lt;font lang="EN-US" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;2006&lt;/font&gt;&lt;font lang="TH" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt; ดังนั้น สำหรับการมาเยือนอเมริกา นักบวชเยซูอิตผู้สุภาพจึงเตรียมการว่าจะไม่ออกมาพูดอะไรมาก เพื่อให้ความสนใจต่างๆพุ่งไปที่พระสันตะปาปาและทำให้พระดำรัสของพระองค์พูดแทนตนเอง&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;p style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt"&gt;&lt;font face="verdana"&gt;&lt;font size="2"&gt;&lt;font lang="TH" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;p style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt" align="center"&gt;&lt;font face="verdana"&gt;&lt;font size="2"&gt;&lt;font lang="TH" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;&lt;img height="180" alt="" src="http://farm3.static.flickr.com/2334/2390459326_80bd3f72eb.jpg?v=0" width="150" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;น.พ.เรนาโต้ บุซโซเน็ตติ&lt;/strong&gt;&lt;/font&gt;&lt;font lang="EN-US" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;p style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt"&gt;&lt;font face="verdana"&gt;&lt;font size="2"&gt;&lt;font lang="TH" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;&lt;strong&gt;นายแพทย์ เรนาโต้ บุซโซเน็ตติ&lt;/strong&gt; แพทย์ผู้ถวายการรักษาพระสันตะปาปา &lt;strong&gt;“หมอบุซโซ่”&lt;/strong&gt; คือแพทย์ส่วนพระองค์ของสมเด็จพระสันตะปาปา จอห์น พอล ที่&lt;/font&gt;&lt;font lang="EN-US" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt; 2 &lt;/font&gt;&lt;font lang="TH" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;และสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ &lt;/font&gt;&lt;font lang="EN-US" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;16 &lt;/font&gt;&lt;font lang="TH" color="#404040"&gt;หมอบุซโซ่รู้เรื่องพระพลานามัยของพระสันตะปาปาดีกว่าใคร เขารู้ว่าสิ่งใดที่พระองค์จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงเพื่อป้องกันอาการประชวร ลักษณะของหมอบุซโซ่ จำได้ง่ายมาก คุณลุงผมขาวสะพายกระเป๋าสีดำที่ภายในบรรจุเครื่องมือแพทย์ เขาจะยืนสังเกตการณ์ทุกอิริยาบทของพระสันตะปาปาอย่างพินิจพิเคราะห์ เพื่อวิเคราะห์ว่าตอนนี้ พระพลานามัยของพระองค์เป็นเช่นไร &lt;/font&gt;&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;p style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt"&gt;&lt;font face="verdana"&gt;&lt;font size="2"&gt;&lt;font lang="TH" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;p style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt" align="center"&gt;&lt;font face="verdana"&gt;&lt;font size="2"&gt;&lt;font lang="TH" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;&lt;img height="180" alt="" src="http://farm4.static.flickr.com/3216/2390459142_c135191988.jpg?v=0" width="150" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;อัลแบร์โต้ กาสบาร์รี่&lt;/strong&gt;&lt;/font&gt;&lt;font lang="EN-US" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;p style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt"&gt;&lt;font face="verdana"&gt;&lt;font size="2"&gt;&lt;font lang="TH" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;&lt;strong&gt;อัลแบร์โต้ กาสบาร์รี่&lt;/strong&gt; หัวหน้าฝ่ายออร์กาไนเซอร์ประจำสันตะสำนัก บุรุษหุ่นเสาโทรเลขซึ่งไม่เคยแสดงให้เห็นถึงความเหน็ดเหนื่อยในการทำงานตั้งแต่ต้นจนจบ เขาก้มหน้าก้มตาทำงานแบบที่ต้องการให้แน่ใจว่า ทุกที่ที่พระสันตะปาปาเสด็จไป จะต้องสมบูรณ์แบบและปราศจากสิ่งไม่คาดฝันทุกชนิด กาสบาร์รี่จะประสานงานกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอยู่เสมอ เขาคือขุนพลตัวเก๋าผู้ผ่านประสบการณ์เยือนต่างประเทศพร้อมพระสันตะปาปามายาวนาน ดังนั้น มั่นใจได้เลยว่า เส้นทางพระสันตะปาปาเยือนอเมริกาในครั้งนี้ อัลแบร์โต้ กาสบาร์รี่ รู้ดีกว่าใครทั้งหมด &lt;/font&gt;&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;p style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt"&gt;&lt;font face="verdana"&gt;&lt;font size="2"&gt;&lt;font lang="TH" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;p style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt" align="center"&gt;&lt;font face="verdana"&gt;&lt;font size="2"&gt;&lt;font lang="TH" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;&lt;img height="180" alt="" src="http://farm3.static.flickr.com/2355/2389624227_df135eeb22.jpg?v=0" width="150" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;โดเมนิโก้ จานี่&lt;/strong&gt;&lt;/font&gt;&lt;font lang="EN-US" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;p style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt"&gt;&lt;font face="verdana"&gt;&lt;font size="2"&gt;&lt;font lang="TH" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;&lt;strong&gt;โดเมนิโก้ จานี่&lt;/strong&gt; ผู้อำนวยการแผนกรักษาความปลอดภัยวาติกัน นอกเหนือไปจากเจ้าหน้าที่ตำรวจวาติกัน &lt;/font&gt;&lt;font lang="EN-US" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;4 &lt;/font&gt;&lt;font lang="TH" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;นายและทหารสวิสอีก &lt;/font&gt;&lt;font lang="EN-US" color="#404040"&gt;2 &lt;/font&gt;&lt;font lang="TH" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;นาย  โดเมนิโก้ จานี่ คนนี้นี่แหละที่จะเคียงข้างอารักขาความปลอดภัยให้กับพระสันตะปาปาทุกวินาทีในเมืองลุงแซม รูปร่างหน้าตาของจานี่จำง่ายมาก &lt;strong&gt;"บุรุษหัวเหม่งสวมสูทผูกไทใส่แว่น"&lt;/strong&gt; ยืนประชิดพระสันตะปาปาทุกฝีก้าวนั่นแหละคือเขาเอง &lt;/font&gt;&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;p style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt"&gt;&lt;font face="verdana"&gt;&lt;font size="2"&gt;&lt;font lang="TH" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;p style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt" align="center"&gt;&lt;font face="verdana"&gt;&lt;font size="2"&gt;&lt;font lang="TH" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;&lt;img height="180" alt="" src="http://farm3.static.flickr.com/2094/2389624377_0bc6497083.jpg?v=0" width="150" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ฟรานเชสโก้ สฟอร์ซ่า&lt;/strong&gt;&lt;/font&gt;&lt;font lang="EN-US" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;p style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt"&gt;&lt;font face="verdana"&gt;&lt;font size="2"&gt;&lt;font lang="TH" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;&lt;strong&gt;ฟรานเชสโก้ สฟอร์ซ่า&lt;/strong&gt; ช่างภาพประจำสันตะสำนัก สฟอร์ซ่าคือผู้สืบทอดตำแหน่งของ &lt;strong&gt;“ตากล้องระดับตำนาน”&lt;/strong&gt; อาร์ตูโร่ มารี อดีตหัวหน้าแผนกภาพถ่ายประจำนครรัฐวาติกัน ชายหนุ่มวัย &lt;/font&gt;&lt;font lang="EN-US" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;30 &lt;/font&gt;&lt;font lang="TH" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;เศษๆ รูปร่างผอมบางคนนี้จะสวมสูทสีดำ ยืนห่างจากพระสันตะปาปาประมาณ &lt;/font&gt;&lt;font lang="EN-US" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;20 &lt;/font&gt;&lt;font lang="TH" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;ฟุตเสมอ เพื่อให้ได้ภาพถ่ายของพระองค์ในแบบที่ดีที่สุด สิ่งที่ทำให้สฟอร์ซ่าได้เปรียบช่างภาพคนอื่นก็คือเขาได้สิทธิ์ถ่ายภาพพระสันตะปาปาในระยะใกล้ ขณะที่คนอื่นไม่ได้แบบนี้ &lt;/font&gt;&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;p style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt; TEXT-ALIGN: center" align="center"&gt;&lt;b&gt;&lt;u&gt;&lt;font lang="TH" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;&lt;br /&gt;&lt;font face="verdana" size="2"&gt;จอห์น ทราวิส&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/u&gt;&lt;/b&gt;&lt;font face="verdana" size="2"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;p style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt"&gt;&lt;b&gt;&lt;font lang="EN-US" style="LINE-HEIGHT: 115%" face="verdana" color="#404040" size="2"&gt;&lt;/font&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;font lang="TH" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;&lt;br /&gt;&lt;p style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt"&gt;&lt;br /&gt;&lt;font face="verdana" size="2"&gt;หมายเหตุ &lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/b&gt;&lt;font face="verdana"&gt;&lt;font size="2"&gt;&lt;b&gt;&lt;font lang="EN-US" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;:&lt;/font&gt;&lt;/b&gt;&lt;font lang="EN-US" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt; &lt;/font&gt;&lt;font lang="TH" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;จอห์น ทราวิส นักข่าวสายวาติกันประจำเว็บไซต์ &lt;strong&gt;"คาทอลิก นิวส์ เซอร์วิส" (&lt;/strong&gt;&lt;/font&gt;&lt;font lang="EN-US" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;&lt;strong&gt;www.catholicnews.com)&lt;/strong&gt; &lt;/font&gt;&lt;font lang="TH" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;ปัจจุบัน ทราวิส วัย 56 ปี ดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายข่าวของคาทอลิก นิวส์ เซอร์วิส สาขากรุงโรม ประเทศอิตาลี เขาเริ่มต้นอาชีพนักข่าวคาทอลิกในปี 19&lt;/font&gt;&lt;font lang="EN-US" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;83&lt;/font&gt;&lt;font lang="TH" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt; มาจนถึงปัจจุบัน  ล่าสุด ทราวิสได้รับเลือกจากสมาคมผู้สื่อข่าวคาทอลิกแห่งสหรัฐอเมริกาให้คว้ารางวัลนักบุญฟรานซิส เดอ ซาลส์ ประจำปี &lt;/font&gt;&lt;font lang="EN-US" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;2007 &lt;/font&gt;&lt;font lang="TH" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;(รางวัลนักข่าวคาทอลิกยอดเยี่ยม) ไปครองอย่างเอกฉันท์&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;p style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt"&gt;&lt;font face="verdana"&gt;&lt;font size="2"&gt;&lt;font lang="TH" style="LINE-HEIGHT: 115%" color="#404040"&gt;&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;p style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt" align="center"&gt;&lt;font face="verdana" size="2"&gt;&lt;img height="500" alt="" src="http://farm4.static.flickr.com/3148/2391420957_8b25dfbf95.jpg?v=0" width="378" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;p style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt" align="center"&gt;&lt;u&gt;&lt;strong&gt;&lt;font face="verdana" size="2"&gt;นิตยสาร TIME ฉบับวันจันทร์ที่ 14 เมษายน 2008 ยกเนื้อหาเด่นภายในฉบับให้พระสันตะปาปาเยือนอเมริกา&lt;/font&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/u&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt" align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;&lt;font face="verdana" size="2"&gt;&lt;/font&gt;&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt; &lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt" align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;&lt;font face="verdana" size="2"&gt;&lt;/font&gt;&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt; &lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt" align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;&lt;font face="verdana" size="2"&gt;&lt;/font&gt;&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt; &lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p style="MARGIN: 0cm 0cm 10pt" align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt; &lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6903761441513459169-1746610675276010676?l=popeinamerica2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/feeds/1746610675276010676/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/2009/03/blog-post_04.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6903761441513459169/posts/default/1746610675276010676'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6903761441513459169/posts/default/1746610675276010676'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/2009/03/blog-post_04.html' title='แบโผขุนพลชุดตะลุยอเมริกาพร้อมพระสันตะปาปา'/><author><name>AVE MARIA</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6903761441513459169.post-8408087661385580111</id><published>2009-03-04T02:19:00.000+07:00</published><updated>2009-03-04T02:22:32.732+07:00</updated><title type='text'>ตารางเวลาพระสันตะปาปาเสด็จเยือนสหรัฐอเมริกา</title><content type='html'>&lt;hr style="WIDTH: 99%; COLOR: #aec2dd; HEIGHT: 1px"&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:verdana;font-size:100%;color:#0000ff;"&gt;&lt;img height="180" alt="" src="http://farm3.static.flickr.com/2402/1648168047_c180eeeda3.jpg?v=0" width="150" /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:verdana;font-size:100%;color:#0000ff;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:verdana;font-size:100%;color:#0000ff;"&gt;ตารางเวลาสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 เสด็จเยือนประเทศสหรัฐอเมริกา&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:100%;color:#0000ff;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ระหว่างวันที่ 15-21 เมษายน 2008&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#00b050;"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;วันอังคารที่ 15 เมษายน 2008&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;(ประเทศอิตาลี)&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;- 12.00 น. (17.00 ในไทย) : ประทับเครื่องบินพระที่นั่งจากสนามบินฟิวมิชิโน่ กรุงโรม ประเทศอิตาลี มุ่งหน้าสู่สนามบินกองทัพอากาศแอนดรูว์ส กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt; &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="color:#00b050;"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;วันอังคารที่ 15 เมษายน 2008&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;(ประเทศสหรัฐอเมริกา)&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;- 16.00 น. (03.00 ของเช้าวันที่ 16 เม.ย.ตามเวลาในไทย) : พระสันตะปาปาประทับเครื่องบินพระที่นั่งมาถึงสนามบินกองทัพอากาศแอนดรูว์ส กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. จากนั้น จอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา พร้อม ลอร่า บุช ภริยา จะกล่าวต้อนรับแบบสั้นๆ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;- 16.15 น. (03.15) : พระสันตะปาปาประทับรถยนต์พระที่นั่งออกจากสนามบินกองทัพอากาศ มุ่งหน้าไปยังสถานเอกอัครสมณทูตวาติกันในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt; &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;&lt;span style="font-family:verdana;color:#00b050;"&gt;วันพุธที่ 16 เมษายน 2008&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;- 06.00 น. (17.00) : พระสันตะปาปาถวายมิสซาเช้าส่วนพระองค์ ภายในวัดน้อยของสถานเอกอัครสมณทูตฯ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;- 10.10 น. (21.10) : ประทับรถยนต์พระที่นั่งออกจากสถานเอกอัครสมณทูตฯ มุ่งหน้าสู่ทำเนียบขาว &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;color:#ff0000;"&gt;- 10.30 น. (21.30) : พิธีต้อนรับพระสันตะปาปาอย่างเป็นทางการ หลังจากนั้น จะสนทนากับ จอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช เป็นการส่วนพระองค์&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;- 12.00 น. (23.00) : ประทับรถยนต์พระที่นั่งออกจากทำเนียบขาว เพื่อเสด็จกลับสถานเอกอัครสมณทูตฯ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;- 13.00 น. (0.00 ของเช้าวันที่ 17 เม.ย.ตามเวลาในไทย) : เสวยพระกายาหารเที่ยงร่วมกับบรรดาพระคาร์ดินัลชาวอเมริกัน,สมาชิกสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งอเมริกา,คณะผู้ติดตาม&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;- 16.45 น. (03.45) : พิธีต้อนรับพระสันตะปาปาจากบรรดาหน่วยงานคาทอลิกต่างๆในสหรัฐอเมริกา &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;- 17.00 น. (04.00) : ประทับรถยนต์พระที่นั่งออกจากสถานเอกอัครสมณทูตฯ มุ่งหน้าสู่มหาวิหารแม่พระผู้ปฏิสนธินิรมล ทันทีที่เสด็จถึง พระสันตะปาปาจะประทับ "รถพระสันตะปาปาเคลื่อนที่" เพื่อทักทายสัตบุรุษ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;- 17.45 น. (04.45) : พระสันตะปาปาเป็นประธานในพิธีตื่นเฝ้าและรับการคาระวะจากบรรดาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งสหรัฐอเมริกา&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;- 19.30 น. (06.30) : พระสันตะปาปาประทับรถยนต์พระที่นั่งออกจากมหาวิหารแม่พระผู้ปฏิสนธินิรมล เพื่อกลับสู่สถานเอกอัครสมณทูตวาติกัน&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;&lt;span style="font-family:verdana;color:#00b050;"&gt;วันพฤหัสบดีที่ 17 เมษายน 2008&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;- 09.00 น. (20.00) : ประทับรถยนต์พระที่นั่งออกจากสถานเอกอัครสมณทูตฯ มุ่งหน้าสู่สนามเบสบอลเนชั่นแนลส์ พาร์ค &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;color:#ff0000;"&gt;- 10.00 น. (21.00) : พระสันตะปาปาเป็นประธานในพิธีมิสซาที่เนชั่นแนลส์ พาร์ค &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;- 12.15 น. (23.15) : ประทับรถยนต์พระที่นั่งออกจากเนชั่นแนลส์ พาร์ค เพื่อเสด็จกลับสถานเอกอัครสมณทูตฯ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;- 16.40 น. (03.40 ของเช้าวันที่ 18 เม.ย.ตามเวลาในไทย) : ประทับรถยนต์พระที่นั่งออกจากสถานเอกอัครสมณทูตฯ มุ่งหน้าสู่มหาวิทยาลัยคาทอลิกแห่งอเมริกา&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;- 17.00 น. (04.00) : พิธีต้อนรับพระสันตะปาปาจากบรรดามหาวิทยาลัยคาทอลิกทุกแห่งในสหรัฐอเมริกา&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;- 18.15 น. (05.15) : ประทับรถยนต์พระที่นั่งออกจากมหาวิทยาลัยคาทอลิกแห่งอเมริกา มุ่งหน้าสู่ศูนย์วัฒนธรรมสมเด็จพระสันตะปาปา จอห์น พอล ที่ 2 &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;color:#ff0000;"&gt;- 18.30 น. (05.30) : พระสันตะปาปาจะทรงพบปะกับผู้แทนศาสนาต่างๆ พร้อมทรงกล่าวสุนทรพจน์&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;- 19.30 น. (06.30) : ประทับรถยนต์พระที่นั่งออกจากศูนย์วัฒนธรรมสมเด็จพระสันตะปาปา จอห์น พอล ที่ 2 เพื่อกลับสู่สถานเอกอัครสมณทูตวาติกัน&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#00b050;"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;u&gt;วันศุกร์ที่ 18 เมษายน 2008&lt;/u&gt; (วอชิงตัน ดี.ซี.)&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;- 06.00 น. (17.00) : พระสันตะปาปาถวายมิสซาเช้าส่วนพระองค์ ภายในวัดน้อยของสถานเอกอัครสมณทูตฯ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;- 07.50 น. (18.50) : พิธีส่งเสด็จพระสันตะปาปาภายในสถานเอกอัครสมณทูตวาติกันประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;- 08.00 น. (19.00) : ประทับรถยนต์พระที่นั่งออกจากสถานเอกอัครสมณทูตฯ มุ่งหน้าสู่สนามบินกองทัพอากาศแอนดรูว์ส &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;- 08.45 น. (19.45) : ประทับเครื่องบินพระที่นั่งออกจากวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อมุ่งหน้าสู่นครนิวยอร์ก&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#00b050;"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;u&gt;วันศุกร์ที่ 18 เมษายน 2008&lt;/u&gt; (นิวยอร์ก)&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;- 09.45 น. (20.45) : พระสันตะปาปาประทับเครื่องบินพระที่นั่งมาถึงสนามบินนานาชาติจอห์น เอฟ เคนเนดี้ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;- 10.00 น. (21.00) : ประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งมุ่งหน้าสู่แมนฮัตตัน&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;- 10.30 น. (21.30) : เฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งมาถึงวอลล์สตรีทในแมนฮัตตัน จากนั้น พระสันตะปาปาจะประทับรถยนต์พระที่นั่งเข้าสู่สำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น)&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;color:#ff0000;"&gt;- 10.45 น. (21.45) : พระสันตะปาปาเสด็จถึงองค์การสหประชาชาติ พร้อมกล่าวสุนทรพจน์แก่สมัชชาฯ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;- 13.45 น. (00.45 ของเช้าวันที่ 19 เม.ย.ตามเวลาในไทย) : ประทับรถยนต์พระที่นั่งออกจากองค์การสหประชาชาติ มุ่งหน้าสู่บ้านพักสมณทูตประจำองค์การสหประชาชาติ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;- 17.45 น. (04.45) : ประทับรถยนต์พระที่นั่งออกจากบ้านพักสมณทูตประจำองค์การสหประชาชาติ มุ่งหน้าสู่โบสถ์นักบุญโยเซฟ ในเมืองนิวยอร์ค&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;- 18.00 น. (05.00) : พระสันตะปาปาทรงพบปะพูดคุยกับกลุ่มคริสตังในนครนิวยอร์ค&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;- 19.15 น. (06.15) : ประทับรถยนต์พระที่นั่งออกจากโบสถ์นักบุญโยเซฟ เพื่อเสด็จกลับบ้านพักสมณทูตประจำองค์การสหประชาชาติ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;- 19.30 น. (06.30) : พระสันตะปาปาเสวยพระกายาหารค่ำร่วมกับบรรดาพระคาร์ดินัลชาวอเมริกัน,สมาชิกสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งอเมริกา,คณะผู้ติดตาม&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;strong&gt;หมายเหตุ :&lt;/strong&gt; วาติกันแจ้งตารางเวลาเพิ่มเติมว่า วันที่ 18 เม.ย. พระสันตะปาปาจะเสด็จเยือนโบสถ์ของชาวยิว แต่ยังไม่มีการระบุว่า เป็นช่วงเวลาใด&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;&lt;span style="font-family:verdana;color:#00b050;"&gt;วันเสาร์ที่ 19 เมษายน 2008&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;- 08.45 น. (19.45) : ประทับรถยนต์พระที่นั่งออกจากบ้านพักสมณทูตประจำองค์การสหประชาชาติ มุ่งหน้าสู่อาสนวิหารนักบุญแพทริค&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;color:#ff0000;"&gt;- 09.15 น. (20.15) : พระสันตะปาปาเป็นประธานในพิธีมิสซาที่อาสนวิหารนักบุญแพทริค&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;- 11.30 น. (22.30) : ประทับรถยนต์พระที่นั่งออกจากอาสนวิหารนักบุญแพทริค เพื่อมุ่งหน้าสู่บ้านพักพระอัครสังฆราชประจำอัครสังฆมณฑลนิวยอร์ค&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;- 12.00 น. (23.00) : เสวยพระกายาหารเที่ยงร่วมกับบรรดาพระสังฆราชแห่งอัครสังฆมณฑลนิวยอร์ค&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;- 13.15 น. (00.15 ของเช้าวันที่ 20 เม.ย.ตามเวลาในไทย) : ประทับรถยนต์พระที่นั่งออกจากบ้านพักพระอัครสังฆราชประจำอัครสังฆมณฑลนิวยอร์ค เพื่อเสด็จกลับบ้านพักสมณทูตประจำองค์การสหประชาชาติ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;color:#ff0000;"&gt;- 16.00 น. (03.00) : ประทับรถยนต์พระที่นั่งออกจากบ้านพักสมณทูตประจำองค์การสหประชาชาติ มุ่งหน้าสู่สามเณราลัยนักบุญโยเซฟ เพื่อพบปะและเทศน์สอนบรรดาผู้เข้ารับการฝึกอบรมเตรียมตัวเป็นบาทหลวง&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;- 18.30 น. (05.30) : ประทับรถยนต์พระที่นั่งออกจากสามเณราลัยนักบุญโยเซฟ เพื่อเสด็จกลับบ้านพักสมณทูตประจำองค์การสหประชาชาติ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;&lt;span style="font-family:verdana;color:#00b050;"&gt;&lt;br /&gt;วันอาทิตย์ที่ 20 เมษายน 2008&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;- 09.10 น. (20.10) : ประทับรถยนต์พระที่นั่งออกจากบ้านพักสมณทูตประจำองค์การสหประชาชาติ มุ่งหน้าสู่ "กราวน์ ซีโร่" จุดที่เครื่องบินพุ่งเข้าชนตึกเวิลด์เทรด เซ็นเตอร์ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;color:#ff0000;"&gt;- 09.30 น. (20.30) : พระสันตะปาปาเสด็จถึงกราวน์ ซีโร่ จากนั้น พระองค์จะสวดภาวนาและวางพวงมาลาอุทิศแด่วิญญาณผู้ล่วงลับ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;- 10.00 น. (21.00) : ประทับรถยนต์พระที่นั่งออกจากกราวน์ ซีโร่ เพื่อเสด็จกลับบ้านพักสมณทูตประจำองค์การสหประชาชาติ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;- 13.50 น. (00.50 ของเช้าวันที่ 21 เม.ย.ตามเวลาในไทย) : ประทับรถยนต์พระที่นั่งออกจากบ้านพักสมณทูตประจำองค์การสหประชาชาติ มุ่งหน้าสู่สนามเบสบอลแยงกี้ สเตเดี้ยม&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;color:#ff0000;"&gt;- 14.30 น. (01.30) : พระสันตะปาปาเป็นประธานในพิธีมิสซาที่แยงกี้ สเตเดี้ยม&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;- 16.45 น. (03.45) : ประทับรถยนต์พระที่นั่งออกจากแยงกี้ สเตเดี้ยม เพื่อเสด็จกลับบ้านพักสมณทูตประจำองค์การสหประชาชาติ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;- 19.00 น. (06.00) : ประทับรถยนต์พระที่นั่งออกจากบ้านพักสมณทูตประจำองค์การสหประชาชาติ มุ่งหน้าสู่วอลล์สตรีทในแมนฮัตตัน&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;- 19.20 น. (06.20) : เสด็จถึงวอลล์สตรีทในแมนฮัตตัน &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;- 19.30 น. (06.30) : ประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งออกจากวอลล์สตรีท มุ่งหน้าสู่สนามบินนานาชาติจอห์น เอฟ เคนเนดี้&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;color:#ff0000;"&gt;- 20.00 น. (07.00) : เสด็จมาถึงสนามบินนานาชาติจอห์น เอฟ เคนเนดี้ จากนั้น จะมีพิธีส่งเสด็จพระสันตะปาปา พร้อมกันนี้ พระองค์จะตรัสสุนทรพจน์ประทานพรแด่สหรัฐอเมริกา&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;- 20.30 น. (07.30) : ประทับเครื่องบินพระที่นั่งจากสนามบินจอห์น เอฟ เคนเนดี้ ในนครนิวยอร์ค มุ่งหน้ากลับสู่สนามบินคัมปิโน่ กรุงโรม ประเทศอิตาลี&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;&lt;span style="font-family:verdana;color:#00b050;"&gt;วันจันทร์ที่ 21 เมษายน  2008 (อิตาลี)&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;- 10.45 น. (15.45) : สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 เสด็จถึงสนามบินคัมปิโน่ กรุงโรม ประเทศอิตาลี โดยสวัสดิภาพ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;หมายเหตุ : เวลาแรกเป็นเวลาท้องถิ่น ส่วนในวงเล็บ เป็นเวลาในไทย &lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt; &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;strong&gt;&lt;a href="http://www.uspapalvisit.org/" target="_blank"&gt;&lt;u&gt;&lt;span style="font-family:verdana;font-size:130%;color:#ff0000;"&gt;คลิกที่นี่&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/a&gt;&lt;/strong&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt; เพื่อเข้าสู่เว็บไซต์ทางการของการเสด็จเยือนสหรัฐอเมริกา&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;div&gt; &lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6903761441513459169-8408087661385580111?l=popeinamerica2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/feeds/8408087661385580111/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/2009/03/blog-post.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6903761441513459169/posts/default/8408087661385580111'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6903761441513459169/posts/default/8408087661385580111'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://popeinamerica2008.blogspot.com/2009/03/blog-post.html' title='ตารางเวลาพระสันตะปาปาเสด็จเยือนสหรัฐอเมริกา'/><author><name>AVE MARIA</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry></feed>
