04/03/2009

แบโผขุนพลชุดตะลุยอเมริกาพร้อมพระสันตะปาปา




กลางเดือนเมษายน สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 ประมุขสูงสุดแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก จะเสด็จเยือนสหรัฐอเมริกา การเยือนในครั้งนี้ พระองค์ไม่ได้ออกจากวาติกันแต่เพียงลำพัง แต่บรรดาคนข้างกายจากวาติกันจะร่วมติดตามไปด้วย

ผู้ติดตามพระสันตะปาปาตะลุยอเมริกา มีทั้งหมดมีจำนวน 30 คน ทั้งหมดปฏิบัติงานในโรมันคูเรีย, แผนกที่ปรึกษาฝ่ายพิธีกรรม, ทีมแพทย์, แผนกสื่อมวชน, แผนกรักษาความปลอดภัย รวมไปถึงบรรดาผู้ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่พิเศษต่างๆ

นี่คือ “ชุดปฏิบัติงานเคลื่อนที่” ซึ่งติดตามพระสันตะปาปาเสด็จเยือนต่างประเทศ นับตั้งแต่สมเด็จพระสันตะปาปา เปาโล ที่ 6 ประทับเครื่องบินพระที่นั่งออกเยือนต่างประเทศครั้งแรกในปี 1964 ชุดปฏิบัติงานเคลื่อนที่นี้ จะทำงานร่วมกับทีมงานของประเทศเจ้าบ้านที่พระสันตะปาปาเสด็จเยือน เช่นเดียวกับที่พวกเขาดูแลพระสันตะปาปาขณะทรงปฏิบัติภารกิจอยู่ที่วาติกัน

หลายคนในชุดปฏิบัติงานเคลื่อนที่ จัดว่ามีชั่วโมงบินสูงมาก บางคนมีโอกาสได้เดินทางไปทั่วโลกพร้อมพระสันตะปาปาหลายพระองค์มานานกว่า 30 ปี ขณะที่บางคน นี่จะเป็นครั้งแรกที่ได้ร่วม “โวโล ปาปาเล” (ภาษาอิตาเลี่ยน แปลว่า เที่ยวบินพระสันตะปาปา) พร้อมกับพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 ในการเสด็จเยือนวอชิงตัน ดี.ซี. และ นิวยอร์ก

เอาล่ะ เรามาดู “ขุนพลสำคัญ” ในชุดปฏิบัติงานเคลื่อนที่ ตอนตะลุยอเมริกา กันหน่อยดีกว่า ...


พระคาร์ดินัลแบร์โตเน่ พระอัครสังฆราชฟิโลนี่

ทีมแรกนำโดย พระคาร์ดินัล ตาร์ชิซิโอ แบร์โตเน่ เลขาฐิการนครรัฐวาติกัน และผู้ช่วยของท่านซึ่งก็คือ พระอัครสังฆราช แฟร์นานโด ฟิโลนี่ ทั้งสองจะคอยช่วยพระสันตะปาปาในภารกิจการทูตระหว่างเยือนอเมริกา (พระอัครสังฆราชฟิโลนี่ จัดเป็นบุคคลสำคัญในการเจรจาการทูตกับจีนและเจรจาสันติภาพในตะวันออกกลาง)



จากซ้ายไปขวา : พระคาร์ดินัลเลวาด้า,พระอัครสังฆราชสแต็ฟเฟิร์ด,พระอัครสังฆราชฮาร์วี่ย์,คุณพ่อมิลเล

ทีมที่สอง จะเป็น “ทีมชาติสหรัฐอเมริกา” อเมริกันชนทั้ง 5 ประกอบไปด้วย พระคาร์ดินัล วิลเลี่ยม เลวาด้า ประธานสมณกระทรวงหลักความเชื่อ (พระสัจธรรม), พระคาร์ดินัล เจมส์ สแต็ฟเฟิร์ด ผู้รับผิดชอบเรื่องงานศีลอภัยบาปของวาติกัน, พระอัครสังฆราช เจมส์ ฮาร์วี่ย์ เลือดเนื้อเชื้อไขของมิลวอกี้ ปัจจุบัน ท่านดำรงตำแหน่งประธานสมณสภาเพื่อครอบครัว ตลอดการเยือนอเมริกาของพระสันตะปาปา พระคุณเจ้าฮาร์วี่ย์จะรับผิดชอบเรื่องตารางเวลาและดูแลความเรียบร้อยเกี่ยวกับการเข้าเฝ้าต่างๆ, มอนซินญอร์ ปีเตอร์ เวลส์ บาทหลวงจากสังฆมณฑลทัลซ่า มลรัฐโอคลาโฮมา ปัจจุบัน คุณพ่อเวลส์คือหัวหน้าฝ่ายงานที่ใช้การสื่อสารภาษาอังกฤษประจำนครรัฐวาติกัน (มิสซาและงานทุกประเภท), คนสุดท้าย ได้แก่ มอนซินญอร์ วิลเลี่ยม มิลเล บาทหลวงจากสังฆมณฑลบริดจ์พอร์ท มลรัฐคอนเน็ตติคัท ปัจจุบัน คุณพ่อมิลเลปฏิบัติงานในแผนกพิธีกรรมและทำหน้าที่เป็นนายจารีตประจำพระสันตะปาปาเป็นครั้งคราว

สิ่งหนึ่งที่เราเห็นได้ชัดก็คือการเสด็จเยือนประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักในการสื่อสาร พระสันตะปาปาเตรียมขุนพลที่เป็นเจ้าของภาษาไปเต็มที่

ขณะที่ขุนพลอีกชุดหนึ่งซึ่งแม้ไม่ได้เกิดมาพูดภาษาอังกฤษคล่องปร๋อ แต่พวกเขาก็ยังเป็นบุคคลที่พระสันตะปาปาขาดไม่ได้เช่นกัน ทำไมหน่ะหรือ ก็เพราะพวกเขาคือคนใกล้ชิดที่รู้ใจพระสันตะปาปา ชนิดที่แค่มองตาก็รู้ว่าพระองค์ต้องการอะไร

ขุนพลชุดนี้ ประกอบไปด้วย ...


มอนซินญอร์ กุยโด้ มารินี่

มอนซินญอร์ กุยโด้ มารินี่ นายจารีตประจำสันตะสำนัก คุณพ่อชาวอิตาเลี่ยนท่านนี้จะเป็นนายจารีตหมายเลขหนึ่งซึ่งจะเตรียมทุกอย่างที่เกี่ยวกับพิธีมิสซาที่วอชิงตัน ดี.ซี.และนิวยอร์ก ผู้ช่วยของท่านก็คือคุณพ่อวิลเลี่ยม มิลเล จากทีมชาติสหรัฐอเมริกานั่นเอง



มอนซินญอร์ ยอร์ก เกนชไวน์

มอนซินญอร์ ยอร์ก เกนชไวน์ เลขาฯส่วนพระองค์ของพระสันตะปาปา คุณพ่อผมสีเหลืองคล้ายเม็ดทรายผู้นี้จะยืนเคียงข้างพระสันตะปาปาตลอดเวลา รวมทั้งเวลาที่พระองค์ประทับรถยนต์พระที่นั่ง คุณพ่อชาวเยอรมันวัย 51 ปี ทำงานร่วมกับพระสันตะปาปาเบเนดิกต์มานาน 11 ปี เรื่องมองตาก็รู้ใจ ต้องยกให้เลย



คุณพ่อ เฟเดริโก้ ลอมบาร์ดี้

บาทหลวง เฟเดริโก้ ลอมบาร์ดี้ ผู้อำนวยการสื่อมวลชนวาติกัน แม้ว่าก่อนหน้านี้ คุณพ่อลอมบาร์ดี้จะเคยออกมาพูดว่า พระสันตะปาปาไม่ประสงค์จะมีโฆษกส่วนพระองค์ แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้เพราะบ่อยครั้งที่คุณพ่อลอมบาร์ดี้ออกมาให้สัมภาษณ์ สื่อมวลชนจะยัดเยียดให้ท่านเป็นโฆษกวาติกันเสมอไป ตัวอย่างเช่น การอธิบายสุนทรพจน์ที่พระสันตะปาปาตรัส ณ เรเกนส์บวร์ก ประเทศเยอรมนีในปี 2006 ดังนั้น สำหรับการมาเยือนอเมริกา นักบวชเยซูอิตผู้สุภาพจึงเตรียมการว่าจะไม่ออกมาพูดอะไรมาก เพื่อให้ความสนใจต่างๆพุ่งไปที่พระสันตะปาปาและทำให้พระดำรัสของพระองค์พูดแทนตนเอง



น.พ.เรนาโต้ บุซโซเน็ตติ

นายแพทย์ เรนาโต้ บุซโซเน็ตติ แพทย์ผู้ถวายการรักษาพระสันตะปาปา “หมอบุซโซ่” คือแพทย์ส่วนพระองค์ของสมเด็จพระสันตะปาปา จอห์น พอล ที่ 2 และสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 หมอบุซโซ่รู้เรื่องพระพลานามัยของพระสันตะปาปาดีกว่าใคร เขารู้ว่าสิ่งใดที่พระองค์จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงเพื่อป้องกันอาการประชวร ลักษณะของหมอบุซโซ่ จำได้ง่ายมาก คุณลุงผมขาวสะพายกระเป๋าสีดำที่ภายในบรรจุเครื่องมือแพทย์ เขาจะยืนสังเกตการณ์ทุกอิริยาบทของพระสันตะปาปาอย่างพินิจพิเคราะห์ เพื่อวิเคราะห์ว่าตอนนี้ พระพลานามัยของพระองค์เป็นเช่นไร



อัลแบร์โต้ กาสบาร์รี่

อัลแบร์โต้ กาสบาร์รี่ หัวหน้าฝ่ายออร์กาไนเซอร์ประจำสันตะสำนัก บุรุษหุ่นเสาโทรเลขซึ่งไม่เคยแสดงให้เห็นถึงความเหน็ดเหนื่อยในการทำงานตั้งแต่ต้นจนจบ เขาก้มหน้าก้มตาทำงานแบบที่ต้องการให้แน่ใจว่า ทุกที่ที่พระสันตะปาปาเสด็จไป จะต้องสมบูรณ์แบบและปราศจากสิ่งไม่คาดฝันทุกชนิด กาสบาร์รี่จะประสานงานกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอยู่เสมอ เขาคือขุนพลตัวเก๋าผู้ผ่านประสบการณ์เยือนต่างประเทศพร้อมพระสันตะปาปามายาวนาน ดังนั้น มั่นใจได้เลยว่า เส้นทางพระสันตะปาปาเยือนอเมริกาในครั้งนี้ อัลแบร์โต้ กาสบาร์รี่ รู้ดีกว่าใครทั้งหมด



โดเมนิโก้ จานี่

โดเมนิโก้ จานี่ ผู้อำนวยการแผนกรักษาความปลอดภัยวาติกัน นอกเหนือไปจากเจ้าหน้าที่ตำรวจวาติกัน 4 นายและทหารสวิสอีก 2 นาย โดเมนิโก้ จานี่ คนนี้นี่แหละที่จะเคียงข้างอารักขาความปลอดภัยให้กับพระสันตะปาปาทุกวินาทีในเมืองลุงแซม รูปร่างหน้าตาของจานี่จำง่ายมาก "บุรุษหัวเหม่งสวมสูทผูกไทใส่แว่น" ยืนประชิดพระสันตะปาปาทุกฝีก้าวนั่นแหละคือเขาเอง



ฟรานเชสโก้ สฟอร์ซ่า

ฟรานเชสโก้ สฟอร์ซ่า ช่างภาพประจำสันตะสำนัก สฟอร์ซ่าคือผู้สืบทอดตำแหน่งของ “ตากล้องระดับตำนาน” อาร์ตูโร่ มารี อดีตหัวหน้าแผนกภาพถ่ายประจำนครรัฐวาติกัน ชายหนุ่มวัย 30 เศษๆ รูปร่างผอมบางคนนี้จะสวมสูทสีดำ ยืนห่างจากพระสันตะปาปาประมาณ 20 ฟุตเสมอ เพื่อให้ได้ภาพถ่ายของพระองค์ในแบบที่ดีที่สุด สิ่งที่ทำให้สฟอร์ซ่าได้เปรียบช่างภาพคนอื่นก็คือเขาได้สิทธิ์ถ่ายภาพพระสันตะปาปาในระยะใกล้ ขณะที่คนอื่นไม่ได้แบบนี้


จอห์น ทราวิส



หมายเหตุ
: จอห์น ทราวิส นักข่าวสายวาติกันประจำเว็บไซต์ "คาทอลิก นิวส์ เซอร์วิส" (www.catholicnews.com) ปัจจุบัน ทราวิส วัย 56 ปี ดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายข่าวของคาทอลิก นิวส์ เซอร์วิส สาขากรุงโรม ประเทศอิตาลี เขาเริ่มต้นอาชีพนักข่าวคาทอลิกในปี 1983 มาจนถึงปัจจุบัน ล่าสุด ทราวิสได้รับเลือกจากสมาคมผู้สื่อข่าวคาทอลิกแห่งสหรัฐอเมริกาให้คว้ารางวัลนักบุญฟรานซิส เดอ ซาลส์ ประจำปี 2007 (รางวัลนักข่าวคาทอลิกยอดเยี่ยม) ไปครองอย่างเอกฉันท์



นิตยสาร TIME ฉบับวันจันทร์ที่ 14 เมษายน 2008 ยกเนื้อหาเด่นภายในฉบับให้พระสันตะปาปาเยือนอเมริกา





No comments:

Post a Comment