สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 ประมุขสูงสุดแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ทรงย้ำกับบรรดาพระสังฆราชคาทอลิกอเมริกันทุกองค์ให้ช่วยกันกำจัดบาทหลวงละเมิดสิทธิทางเพศให้หมดไปจากพระศาสนจักรคาทอลิกอเมริกา โดยพระองค์ตรัสเรื่องนี้ เมื่อช่วงเย็นวันพุธที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา ตามเวลาวอชิงตัน ดี.ซี. (เช้ามืดวันที่ 17 เมษายน ตามเวลาในไทย)
พันธกิจการอภิบาลคริสตังอเมริกันช่วงบ่ายวันที่สองในสหรัฐอเมริกาของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 คือการเสด็จไปเป็นประธานในการสวดทำวัตรเย็นและร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการซึ่งบรรดาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งสหรัฐอเมริกาได้จัดถวาย พิธีดังกล่าวมีขึ้น ณ มหาวิหารแม่พระผู้ปฏิสนธินิรมล วอชิงตัน ดี.ซี. ท่ามกลางพระสังฆราชกว่า 350 องค์และสัตบุรุษที่มารอรับเสด็จอีกหลายหมื่นคน
หลังจากที่การสวดทำวัตรเย็นเสร็จสิ้นลง พระคาร์ดินัล ฟรานซิส จอร์จ ประมุขอัครสังฆมณฑลชิคาโก้และยังเป็นประธานสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งสหรัฐอเมริกา ได้ขึ้นมากล่าวต้อนรับพระสันตะบิดรผู้ศักดิ์สิทธิ์อย่างเป็นทางการ ใจความสำคัญของสารต้อนรับ พระคาร์ดินัลจอร์จกล่าวว่า "พวกลูกทุกคนไม่ได้ต้อนรับพระสันตะบิดาเจ้าในฐานะแขกต่างบ้านต่างเมือง แต่พวกเราต้อนรับพระองค์ในฐานะพ่อและเพื่อนในองค์พระคริสตเจ้า"
ปัญหาบาทหลวงละเมิดสิทธิทางเพศเด็ก
จากนั้น พระคาร์ดินัลจอร์จ ได้กล่าวรายงานประวัติศาสตร์ของพระศาสนจักรคาทอลิกในอเมริกา พร้อมกับรายงานปัญหาที่พระศาสนจักรกำลังประสบอย่างรุนแรงซึ่งได้แก่ปัญหาบาทหลวงละเมิดสิทธิทางเพศเด็กๆ "ปัจจุบัน ผลลัพธ์ที่เกิดจากบาปอันน่ารังเกียจคดีล่วงละเมิดสิทธิทางเพศของบาทหลวงกลุ่มเล็กๆ ประกอบกับการจัดการแก้ไขปัญหาแบบไร้ประสิทธิภาพของพระสังฆราช ได้ทำให้ความเชื่อของชาวคาทอลิกและการปฏิบัติพันธกิจสาธารณะของพระศาสนจักร ต้องประสบปัญหาอย่างหนัก"
พระสันตะปาปาทรงรับฟังพระคาร์ดินัลจอร์จด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พระองค์ตรัสตอบปัญหานี้ว่า "ปัญหานี้(บาทหลวงละเมิดสิทธิทางเพศ) จัดเป็นหนึ่งในสิ่งที่สร้างความอับอายต่อพระศาสนจักรอย่างแท้จริง พวกท่านหลายคนได้พูดกับพ่อเกี่ยวกับบาดแผลขนาดใหญ่ซึ่งกลุ่มคริสตชนที่ท่านอภิบาลต้องประสบ นี่คือบาดแผลที่เกิดเมื่อสงฆ์ของพระคริสต์ได้ทรยศต่อคำปฏิญาณและหน้าที่การเป็นสงฆ์ พวกเขาทรยศโดยการทำผิดศีลธรรมอย่างร้ายแรง ... มันเป็นหน้าที่ของท่านตามที่พระเจ้าทรงมอบหมายให้ในฐานะผู้อภิบาลที่จะรักษาแผลอันเกิดจากการทำลายความวางใจให้หายสนิท ท่านต้องดูแลและให้การรักษาเขา ต้องเสริมสร้างการคืนดีแก่กัน"
พระสันตะปาปาทรงรับฟังพระคาร์ดินัลจอร์จด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พระองค์ตรัสตอบปัญหานี้ว่า "ปัญหานี้(บาทหลวงละเมิดสิทธิทางเพศ) จัดเป็นหนึ่งในสิ่งที่สร้างความอับอายต่อพระศาสนจักรอย่างแท้จริง พวกท่านหลายคนได้พูดกับพ่อเกี่ยวกับบาดแผลขนาดใหญ่ซึ่งกลุ่มคริสตชนที่ท่านอภิบาลต้องประสบ นี่คือบาดแผลที่เกิดเมื่อสงฆ์ของพระคริสต์ได้ทรยศต่อคำปฏิญาณและหน้าที่การเป็นสงฆ์ พวกเขาทรยศโดยการทำผิดศีลธรรมอย่างร้ายแรง ... มันเป็นหน้าที่ของท่านตามที่พระเจ้าทรงมอบหมายให้ในฐานะผู้อภิบาลที่จะรักษาแผลอันเกิดจากการทำลายความวางใจให้หายสนิท ท่านต้องดูแลและให้การรักษาเขา ต้องเสริมสร้างการคืนดีแก่กัน"
ประเด็นเรื่องพระสังฆราชบางองค์แก้ไขปัญหาแบบไร้ประสิทธิภาพ พระสันตะปาปาทรงกล่าวถึงเรื่องนี้ว่า "ท่านต้องมีความสามารถในการประยุกต์ โดยเน้นการแก้ไขปัญหาและกำหนดบทลงโทษให้ชัดเจน เราต้องกำจัดปัญหานี้ให้หมดไป รวมทั้งต้องส่งเสริมบรรยากาศที่ชวนให้รู้สึกถึงความปลอดภัยซึ่งจะเป็นการปกป้องเด็กๆไปในตัว"
อย่างไรก็ตาม ถ้าจะทำให้นโยบายดังกล่าว บรรลุวัตถุประสงค์ทุกประการ พระสันตะปาปาทรงเสนอมุมมองว่า "เด็กๆควรจะเติบโตมาแบบมีความเข้าใจเรื่องเพศอย่างถูกต้อง รวมทั้งเรียนรู้ถึงความเหมาะสมของความสนิทสนมระหว่างเพศ เด็กไม่ควรถูกเยาะเย้ยถึงสิ่งที่เขาเป็นและไม่ควรถูกเย้ยหยันถึงเพศตามธรรมชาติของตน พวกเขามีสิทธิที่จะได้รับการศึกษาค่านิยมขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับความศักดิ์สิทธิ์ที่มีในตัวมนุษย์"
ปัญหาคนไม่นับถือศาสนา,ปัญหาครอบครัว
พระสันตะปาปาทรงกล่าวถึงผลกระทบจากปัญหาการไม่มีศาสนาและปัญหาวัตถุนิยมที่เข้ามามีบทบาทในสังคมยุคปัจจุบัน พระองค์ชี้ว่า การที่คริสตังคนหนึ่งกลายเป็นคนไม่นับถือศาสนาใดเลย เป็นหน้าที่ที่พระสังฆราชจะต้องตอบให้ได้ว่า มันเกิดอะไรขึ้น "อย่าไปเหมารวมว่า คาทอลิกทุกคนจะต้องเห็นด้วยและคล้อยตามกับสิ่งที่พระศาสนจักรสอน ดังนั้น มันจึงเป็นหน้าที่ของพวกท่านที่จะสร้างความมั่นใจให้กับพวกเขาได้เห็นถึงคำสั่งสอนซึ่งเป็นพระวาจาทรงชีวิต"
"ตอนนี้ เราเริ่มจะเห็นผลกระทบจากการที่คนไม่นับถือศาสนาบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นในอเมริกาหรือที่ต่างๆทั่วโลก มีการผ่านร่างกฏหมายมากมายที่ยังเป็นที่ถกเถียงในด้านศีลธรรม หรือจะเป็นการเมินเฉยต่อคนยากจน,การทำธุรกิจผิดศีลธรรม,พฤติกรรมทางเพศที่ไม่ถูกต้อง สิ่งเหล่านี้ ขัดกับหลักคำสอนคาทอลิกอย่างแท้จริง ฉะนั้น กลุ่มคริสตชนภายใต้การนำของพระสังฆราชอย่างพวกท่าน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องนำเสนอแนวทางการเป็นพยานยืนยันที่ชัดเจน เช่นเดียวกัน ความคิดและหัวใจของกลุ่มคริสตชนจะต้องเปิดรับความจริงเชิงศีลธรรมด้วย ฆราวาสคาทอลิกทุกคนสามารถประพฤติตนให้เป็นเชื้อแป้งที่ดีในสังคมได้อย่างแน่นอน"
จากนั้น พระสันตะบิดรผู้ศักดิ์สิทธิ์ ทรงกล่าวถึงปัญหาครอบครัวที่นับวันการหย่าร้างจะมีมากขึ้น พระองค์ตรัสว่า "ครอบครัวที่ดีจะทำให้เกิดความสงบสุขต่อตนเองและต่อประเทศชาติ ในครอบครัว เราสามารถเรียนรู้ความยุติธรรมและความรัก รวมถึงบทบาทหน้าที่ที่เราควรมอบให้สังคม ครอบครัวคือสถานที่แบบพื้นฐานสำหรับประกาศคำสอนของพระเยซูและสั่งสอนความเชื่อตามแบบฉบับคาทอลิก"
"แต่กระนั้น ปัญหาการหย่าร้างและการนอกใจสามีภรรยาก็เพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับการกินอยู่ก่อนแต่งฉันท์สามีภรรยา การกระทำดังกล่าวจัดว่าเป็นการไม่ให้ความเคารพต่อศีลสมรส ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องค้นพบสิ่งใหม่ๆและวิธีการประกาศพระวรสารที่ชวนให้ดึงดูดใจไปสู่ครอบครัวทุกครอบครัว"
ปัญหากระแสเรียกลดลงอย่างมาก
เรื่องสุดท้ายที่พระสันตะปาปาทรงกล่าวถึงคือกระแสเรียกการเป็นพระสงฆ์นักบวช พระองค์กล่าวว่า "การอุทิศตนให้กับกระแสเรียกการเป็นพระสงฆ์และนักบวชคือเครื่องหมายที่บอกถึงสุขภาพของพระศาสนจักรท้องถิ่นนั้นๆว่าเป็นอย่างไร ดังนั้น พ่ออยากเชิญชวนทุกท่านให้สวดภาวนาเพื่อกระแสเรียกการเป็นพระสงฆ์และนักบวช และไม่ใช่สวดภาวนาอย่างเดียวเท่านั้น พวกท่านในฐานะที่เป็นพระสังฆราชต้องคอยสร้างโอกาสให้บรรดาเยาวชนได้ค้นพบและก้าวตามกระแสเรียกด้วย"
พระสันตะปาปาทรงเข้าใจดีว่า การเป็นพระสงฆ์นักบวชก็มีเรื่องการเมืองภายใน พระองค์จึงตรัสว่า "พวกท่านต้องพยายามเอาชนะการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายภายในกลุ่มให้ได้ ท่านต้องก้าวผ่านความไม่ลงรอยกันและรับฟังความเห็นของคนอื่น พระจิตเจ้าจะทรงนำทางพระศาสนจักรก้าวไปข้างหน้าด้วยความหวัง ดังนั้น จงวางใจในพระองค์"
ทรงขอบพระทัยอเมริกากับความช่วยเหลือมนุษยธรรมที่มอบให้โลก
ในตอนท้าย พระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 ทรงกล่าวปิดท้าย ด้วยการขอบพระทัยน้ำใจดีของสหรัฐอเมริกาที่มอบให้กับโลก "ชาวอเมริกันขึ้นชื่อในเรื่องความมีน้ำใจ ดังเช่นความช่วยเหลือที่พวกท่านได้มอบให้กับสังคมโลก อาทิ การช่วยเหลือผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ 11 กันยายน 2001,การช่วยเหลือผู้ที่ประสบภัยก่อการร้าย,ช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึนามิในปี 2004,ช่วยเหลือผู้ประสบภัยเฮอริเคนแคธริน่าในปี 2005 พ่อขอขอบใจความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจากชาวอเมริกันที่มอบผ่านทางหน่วยงานคาทอลิก ขอบคุณพระเจ้า !!"
No comments:
Post a Comment